เล่มที่ 37

พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ตรัสถามถึงทานที่ท่านถวายแก่ภิกษุสงฆ์ ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 530


เนื้อหา

เวลามสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อปิ นุ เต คหปติ กุเล ทานํ ทิยฺยติ ความว่า นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ตรัสถามถึงทานที่ท่านถวายแก่ภิกษุสงฆ์ แท้จริง ในเรือนของเศรษฐียังให้ทานอันประณีตเป็นประจำแก่ ภิกษุสงฆ์ พระศาสดาจะไม่ทรงรู้ถึงข้อนั้น ก็หามิได้ ส่วนทานที่ ให้แก่โลกิยมหาชน ทานนั้นเศร้าหมอง เศรษฐีไม่เอิบอิ่มใจ จึงตรัส ถามทานนั้น. บทว่า กาณาชกํ ความว่า ข้าวสารปนกับรำ คือ หุงแล้วด้วยข้าวสารกากนิดหนึ่งปนกับรำ. บทว่า พิลงฺคทุติยํ คือ มีน้ำผักดองเป็นที่สอง. บทว่า อสกฺกจฺจํ เทติ ได้แก่ จะให้ไม่ทำการเคารพ. บทว่า อปจิตฺตึ กตฺวา เทติ ความว่า ให้โดยไม่นับถือ คือโดยไม่เคารพ ในทักขิไณยบุคคล. บทว่า อสหตฺถา เทติ ความว่า ไม่ให้ด้วยมือ ของตน ให้ด้วยมือของคนอื่น อธิบายว่า ย่อมกระทำเพียงสั่งเท่านั้น เอง. บทว่า อปวิฏฺ€ํ เทติ ความว่า ย่อมไม่ให้ติดต่อกัน คือให้เป็น เหมือนคนใคร่จะทิ้งเสีย เหมือนคนจับเหี้ยใส่ในจอมปลวก เหมือน เครื่องเซ่นของนักเลงเหล้าประจำปีฉะนั้น. บทว่า ทานมทาสิฏฺ€ิโก เทติ ความว่า ไม่เชื่อกรรมและผลให้ทาน. บทว่า ยตฺถ ยตฺถ ได้แก่ บรรดากุลสัมปทาทั้งสาม ในตระกูล ใด ๆ. ในบทเป็นต้นว่า น อุฬาราย ภตฺตโคคาย มีวินิจฉัยดังนี้ เมื่อ เขาน้อมโภชนะแห่งข้าวสาลีหอม ซึ่งมีรสอร่อยต่าง ๆ เข้าไปแล้ว เขาจะไม่น้อมจิตไป (เพื่อจะบริโภค) ยังกล่าวว่า ท่านจงนำไปเถิด นั่นโรคกำเริบ ดังนี้ ชอบบริโภคข้าวปนรำกับผักดอง เหมือนอมตะ. เมื่อเขาน้อมผ้าอย่างดี มีผ้ากาสีเป็นต้นเข้าไปแล้ว ก็กล่าวว่า ท่านจงนำไปเถิด ผ้าเหล่านี้ ย่อมไม่สามารถแม้ปิดบังได้ ย่อมไม่ ติดอยู่แม้ที่ร่างกายของบุคคลผู้หนึ่งอยู่ดังนี้ ชอบนุ่งผ้าเนื้อหยาบ เช่นกับเปลือกของมะพร้าวทำเป็นผ้าด้วยคิดว่า ผู้นุ่งผ้าเหล่านี้ ย่อมรู้สึกว่านุ่งห่มแล้ว ผ้าเหล่านั้นย่อมปกปิดแม้สิ่งที่ควรปกปิด ดังนี้ เมื่อเขาน้อมยานช้าง ยานม้า ยานรถหรือวอทองเป็นต้น เข้า ไปให้ก็กล่าวว่า ท่านจงนำไปเถิด ยานเหล่านั้น ใคร ๆ ไม่อาจ เพื่อจะนั่งเป็นสุขในยานนี้ได้ ดังนี้ เมื่อเขาน้อมรถเก่าคร่ำคร่า เข้าไปให้ก็กล่าวว่า รถนี้เป็นรถไม่กระเทือน ในรถนี้นั่งได้เป็นสุข ดังนี้ ย่อมยินดีรถนั้น. บทว่า น อุฬาเรสุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ ความว่า เขาได้เห็นหญิงทั้งหลาย เป็นผู้มีรูปซึ่งประดับตกแต่ง แล้วคิดว่า เห็นจะเป็นนางยักษิณี นางยักษิณีเหล่านั้น เป็นผู้ใคร่ จะกิน ประโยชน์อะไรด้วยหญิงทั้งหลายเหล่านั้น ดังนี้ ย่อมให้ เวลาล่วงไปตามความผาสุก. บทว่า น สุสฺสูสนติ ความว่า บริวาร ชนทั้งหลาย ย่อมไม่ปรารถนาเพื่อจะฟัง อธิบายว่า ย่อมไม่เชื่อดังนี้ ก็มี. บทว่า น โสตํ โอทหนฺติ ความว่า ย่อมไม่เงี่ยโสตประสาทลง เพื่อฟังคำที่เขากล่าวแล้ว. บทว่าต้นว่า สกฺกจฺจํ พึงทราบโดย ปริยายตรงข้ามกับที่กล่าวแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน