เล่มที่ 35
พึงทราบวินิจฉัยในอสุรสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๕
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 192
เนื้อหา
พึงทราบวินิจฉัยในอสุรสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า อสุโร ได้แก่คนน่าเกลียด เช่นเดียวกับอสูร. บทว่า เทโว ได้แก่ คนงามโดยคุณ กับที่ทำให้เกิดความผ่องใส เช่นเดียวกับเทวดา. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ ฯลฯ คือบุคคล บางคนในโลกนี้เป็นผู้ได้ความสงบใจในภายใน แต่ไม่ได้อธิปัญญาและธัมม- วิปัสสนาพวก ๑ บางคนได้อธิปัญญาและธัมมวิปัสสนา แต่ไม่ได้ความสงบใจ ในภายในพวก ๑ บางคนไม่ได้ทั้งความสงบใจในภายใน ทั้งไม่ได้อธิปัญญาและ ธัมมวิปัสสนาพวก ๑ บางคนได้ทั้งความสงบใจในภายใน ทั้งอธิปัญญาและธัมม- วิปัสสนาพวก ๑ ภิกษุทั้งหลาย นี้แล บุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏอยู่ในโลก. พึงทราบวินิจฉัยในปฐมสมาธิสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า อชฺฌตฺตํ เจโตสมถสฺส ได้แก่ อัปปนาจิตตสมาธิในภายใน ของตน. บทว่า อธิปญฺาธมฺมวิปสฺสนาย ความว่า วิปัสสนาญาณที่ กำหนดสังขารเป็นอารมณ์. ที่แท้วิปัสสนาญาณนั้น นับว่าเป็นอธิปัญญา และ เป็นวิปัสสนาในธรรมทั้งหลายกล่าวคือปัญจขันธ์ เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า อธิปัญญาธัมมวิปัสสนา. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ ฯลฯ คือบุคคล บางคนในโลกนี้เป็นผู้ได้ความสงบใจในภายใน แต่ไม่ได้อธิปัญญาและธัมม- วิปัสสนา ฯลฯ บางคนได้ทั้งความสงบใจในภายใน ทั้งอธิปัญญาและธัมม- วิปัสสนา ในบุคคล ๔ จำพวกนั้น บุคคลใดที่ได้ความสงบใจในภายใน แต่ ไม่ได้อธิปัญญาและธัมมวิปัสสนา บุคคลนั้นควรตั้งอยู่ในความสงบใจในภายใน แล้วทำการประกอบความเพียรในอธิปัญญาและธัมมวิปัสสนาต่อไป บุคคลนั้น ก็ย่อมจะได้ทั้งความสงบใจในภายใน ทั้งอธิปัญญาและธัมมวิปัสสนา บุคคลใดที่ได้อธิปัญญาและธัมมวิปัสสนา แต่ไม่ได้ความสงบใจใน ภายใน บุคคลนั้นควรตั้งอยู่ในอธิปัญญาและธัมมวิปัสสนาแล้วทำการประกอบ ความเพียรในความสงบใจในภายใน ต่อไป บุคคลนั้นก็ย่อมจะได้ทั้งอธิปัญญา และธัมมวิปัสสนา ทั้งความสงบใจในภายใน บุคคลใดที่ไม่ได้ทั้งความสงบใจในภายใน ทั้งอธิปัญญาและธัมม- วิปัสสนา บุคคลนั้นควรกระทำฉันทะ พยายาม อุตสาหะ พากเพียรอย่าง แข็งขัน ไม่ท้อถอย และทำสติสัมปชัญญะอันยิ่ง เพื่อให้ได้กุศลธรรมทั้ง ๒ นั้นจงได้ เปรียบเหมือนคนที่ไฟไหม้ผ้าก็ดี ไหม้ศีรษะก็ดี พึงกระทำฉันทะ พยายาม อุตสาหะ พากเพียร ไม่เฉื่อยเฉย และตั้งสติสัมปชัญญะอันยิ่ง เพื่อจะดับเสียซึ่งผ้าหรือศีรษะ (ที่ไหม้อยู่นั้น) ฉันใด บุคคลนั้นก็ควรกระทำ ฉันทะ พยายาม อุตสาหะ พากเพียร อย่างแข็งขัน ไม่ท้อถอย และทำสติ สัมปชัญญะอันยิ่ง เพื่อให้ได้กุศลธรรมทั้ง ๒ นั้นจงได้ฉันนั้น ต่อไป บุคคล นั้นก็ย่อมจะได้ทั้งความสงบใจในภายใน ทั้งอธิปัญญาและธัมมวิปัสสนา บุคคลใดที่ได้ทั้งความสงบใจในภายในทั้งอธิปัญญาและธัมมวิปัสสนา บุคคลนั้นควรตั้งอยู่ในกุศลธรรมทั้ง ๒ นั้น แล้วทำการประกอบความเพียร เพื่อความสิ้นอาสวะยิ่งขึ้นไป ภิกษุทั้งหลาย นี้แล บุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏอยู่ในโลก.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน