เล่มที่ 35

พึงทราบวินิจฉัยในสมาธิสูตรที่ ๑ วรรคที่ ๕ ด

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 120


เนื้อหา

ก็แล คำที่เรากล่าวในปุณณกปัญหาในปารายนวรรคว่า ความหวั่นไหวในโลกไหน ๆ ของ ผู้ใดไม่มี เพราะพิจารณารู้อารมณ์อันยิ่ง และหย่อนในโลก ผู้นั้นเป็นคนสงบไม่มี โทษดุจควัน ไม่มีทุกข์ใจ ไม่มีความหวัง เรากล่าวว่า ข้ามชาติและชราได้แล้ว ดังนี้นี่ หมายเอาความที่กล่าวมานี้. พึงทราบวินิจฉัยในสมาธิสูตรที่ ๑ วรรคที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า าณทสฺสนปฏิลาภาย ความว่า เพื่อได้ญาณทัสนะคือ ทิพยจักษุ. บทว่า ทิวา สญฺํ อธิฏฺ€าติ ความว่า ย่อมตั้งความกำหนด- หมายอย่างนี้ว่า กลางวัน ดังนี้. บทว่า ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ ความว่า ทำในใจถึงอาโลกสัญญาความกำหนดหมายว่าแสงสว่างในเวลากลางวัน ฉันใด ย่อมทำในใจถึงอาโลกสัญญานั้น แม้ในกลางคืนก็ฉันนั้นนั่นแหละ. แม้ในบท ที่สองก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า สปฺปภาสํ ได้แก่ มีแสงสว่างคือทิพยจักษุ- ญาณ แม้ทำจิตให้เป็นเสมือนแสงสว่างได้แล้วก็จริง ถึงกระนั้น บัณฑิตก็พึง กำหนดเนื้อความอย่างนี้. แต่ในที่นี้ท่านประสงค์แสงสว่างคือทิพยจักษุญาณ. บทว่า วิทิตา ได้แก่ปรากฏแล้ว . ถามว่า อย่างไร เวทนาที่รู้แล้ว ชื่อว่า เกิดขึ้น ที่รู้แล้ว ชื่อว่าดับไป. ตอบว่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมกำหนดวัตถุ ย่อมกำหนดอารมณ์ เพราะภิกษุนั้นกำหนดวัตถุและอารมณ์แล้ว เวทนาที่รู้ อย่างนี้ว่า เวทนาเกิดขึ้นอย่างนี้ ตั้งอยู่อย่างนี้ ดับไปอย่างนี้ ชื่อว่าเกิดขึ้น ที่รู้แล้ว ชื่อว่าตั้งอยู่ ที่รู้แล้ว ชื่อว่าดับไป. แม้ในสัญญาและวิตกก็นัยนี้ เหมือนกัน. บทว่า อุทยพฺพยานุปสฺสี แปลว่า พิจารณาเห็นความเกิดและ ความเสื่อม. บทว่า อิติ รูปํ ความว่า รูปเป็นอย่างนี้ รูปมีเท่านี้ รูปอื่น นอกนี้ไม่มี. บทว่า อิติ รูปสฺส สมุทโย ความว่า ความเกิดขึ้นแห่งรูป เป็นอย่างนี้. ส่วนบทว่า อตฺถงฺคโม ท่านหมายถึงความแตกดับ. แม้ใน เวทนาเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน