เล่มที่ 35
บทว่า ธมฺมจกฺกํ ได้แก่ ปฏิเวธญาณบ้าง เทสนาญาณบ้าง
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระธรรมเทศนา ลำดับที่: 99
เนื้อหา
บทว่า อภิญฺาย คือทรงรู้แล้ว. บทว่า ธมฺมจกฺกํ ได้แก่ ปฏิเวธญาณบ้าง เทสนาญาณบ้าง. พระพุทธเจ้า ประทับนั่ง ณ โพธิบัลลังก์ ทรงแทงตลอดสัจจะ ๔ พร้อมด้วยอาการ ๑๖ จนถึงพันนัย ด้วยพระญาณใด พระญาณนั้น ชื่อว่า ปฏิเวธญาณ. ทรงประกาศพระธรรมจักรมีปริวัฏ ๓ อาการ ๑๒ ด้วยพระญาณใด พระญาณนั้น ซึ่งว่า เทสนาญาณ. ญาณทั้ง ๒ อย่างนั้น เป็นญาณที่เกิดในคราวแรกแก่พระทศพล. ในญาณ ๒ เหล่านั้น ควรถือเอาธรรมเทศนาญาณ ก็ธรรมเทศนาญาณนั่นนั้น ชื่อว่า ย่อมเป็นไปอยู่ ตราบเท่าที่โสดาปัตติผลยังไม่เกิดขึ้นแก่พระอัญญาโกณฑัญญเถระ พร้อมด้วย พรหม ๑๘ โกฎิ เมื่อโสดาปัตติผลนั้นเกิดขึ้นแล้ว พึงทราบว่าธรรมเทศนาญาณ ชื่อว่า เป็นไปแล้ว ดังนี้ . บทว่า อปฺปฏิปุคฺคโล คือเว้นบุคคลที่จะเทียมทัน. บทว่า ยสสฺสิโน คือถึงพร้อมด้วยบริวาร. บทว่า ตาทิโน คือผู้เป็น เสมือนหนึ่ง (คงที่) กับโลกธรรมมีลาภเป็นต้น. ว่าด้วยความเลื่อมใสในวัตถุเลิศ ๔ ประการ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเลื่อมใสในวัตถุอันเลิศ ๔ ประการนี้ ความเลื่อมใสในวัตถุอันเลิศ ๔ ประการเป็นไฉน คือ ๑. สัตว์ทั้งหลาย เป็นอบท (ไม่มีเท้า) ก็ดี ทวิบท (๒ เท้า) ก็ดี จตุรบท (เท้า) ก็ดี พหุบท (เท้ามาก) ก็ดี เป็นผู้มีรูปก็ดี ไม่มีรูปก็ดี เป็นผู้มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี เป็นผู้มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ก็ดี ประมาณเท่าใด พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ปราชญ์กล่าวว่าเป็น ยอดแห่งสัตว์ทั้งปวงนั้น สัตว์เหล่าใดเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า สัตว์เหล่านั้น จึงชื่อว่าเลื่อมใสในวัตถุอันเลิศ เมื่อเลื่อมใสในวัตถุอันเลิศ ก็ย่อมได้ผลอันเลิศ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน