เล่มที่ 35

คำว่า ทีฆนิกาเย ทสุตฺตรสุตฺตนฺตปริยาเยน ได้แก่ พึงกล่าว โดยป...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 81


เนื้อหา

คำว่า ทีฆนิกาเย ทสุตฺตรสุตฺตนฺตปริยาเยน ได้แก่ พึงกล่าว โดยปริยายแห่งทสุตตรสูตรในทีฆนิกายอย่างนี้ว่า เมื่อเจริญธรรมอย่างหนึ่ง ก็ยินดี ละธรรมอย่างหนึ่งก็ยินดี ฯลฯ เมื่อเจริญธรรม ๑๐ ก็ยินดี ละธรรม ๑๐ ก็ยินดี เมื่อเจริญธรรมอย่างหนึ่ง ก็ยินดีเป็นไฉน ? คือ กายคตาสติที่ ประกอบด้วยความแช่มชื่น ชื่อว่าเจริญธรรมอย่างหนึ่งก็ยินดี เมื่อละธรรม อย่างหนึ่งก็ยินดีเป็นไฉน ? คือ อัสมิมานะ ชื่อว่าละธรรมอย่างหนึ่งนี้ก็ยินดี เมื่อเจริญธรรม ๒ ก็ยินดีเป็นไฉน ? ฯลฯ เมื่อเจริญธรรม ๑๐ ก็ยินดีเป็นไฉน คือ กสิณายตนะ ๑๐. ชื่อว่าเจริญธรรม ๑๐ เหล่านี้ก็ยินดี. เมื่อละธรรม ๑๐ ก็ยินดีเป็นไฉน ? คือ มิจฉัตตะ ๑๐ ชื่อว่าละธรรม ๑๐ เหล่านี้ก็ยินดี ภิกษุ เป็นผู้มีภาวนาเป็นที่ยินดีอย่างนี้แล. คำว่า มชฺฌิมนิกาเย สติปฏฺ€านสุตฺตนฺตปริยาเยน ได้แก่ พึงกล่าวโดยปริยายแห่งสติปัฏฐานสูตร ในมัชณิมนิกายอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย หนทางนี้เป็นหนทางไปอันเอก ฯลฯ เข้าไปตั้งอยู่เฉพาะหน้าแก่เธอ แต่เพียงสักว่าญาณ แต่เพียงสักว่าความอาศัยระลึก. เธอย่อมมีสันดานอัน ตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยอยู่ และไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้มีภาวนาเป็นที่ยินดี ยินดีแล้วในภาวนาอย่างนี้แล. เป็นผู้มีปหานะ เป็นที่ยินดี ยินดีแล้วในปหานะ. อีกข้อหนึ่ง ภิกษุเมื่อเดินก็รู้ชัดว่า เรา กำลังเดิน. ฯลฯ อีกข้อหนึ่ง เหมือนอย่างว่าภิกษุพึงเห็นสรีระที่เขาทิ้งไว้แล้ว ในป่าช้า ฯลฯ เป็นของผุ เป็นจุณ. เธอก็น้อมเข้ามาสู่กายนี้แลว่า ถึง ร่างกายนี้ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดาเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงความเป็นอย่างนี้ไปได้. อย่างนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายในกายเป็นภายในบ้าง ฯลฯ ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้มีภาวนาเป็นที่ยินดีอย่างนี้แล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน