เล่มที่ 35
ครั้งนั้น พวกชีเปลือยพูดว่า ท่านมหาเศรษฐี หญิงกาลกรรณี เช่นน...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 57
เนื้อหา
ครั้งนั้น พวกชีเปลือยพูดว่า ท่านมหาเศรษฐี หญิงกาลกรรณี เช่นนี้ ท่านได้มาแต่ไหน ทั่วชมพูทวีป ไม่มีหญิงสาวอื่นหรือ แล้วก็พากัน บริภาษเศรษฐี. ท่านเศรษฐีจึงขอร้องว่า ท่านอาจารย์ กรรมอันข้าพเจ้ารู้ หรือไม่รู้ ก็ได้ทำลงไปแล้วละ. ข้าพเจ้าจักรู้เรื่องนั้น ดังนี้ ส่งพวกชีเปลือย ไปแล้ว ก็ไปหานางสุภัททาถามว่า แม่หนู เหตุไร เจ้าจึงได้ทำอย่างนี้ เหตุไร เจ้าจึงทำให้พระอรหันต์อับอาย. นางตอบว่า คุณพ่อขา ธรรมดาว่าพระอรหันต์ ไม่เป็นอย่างนี้. ครั้งนั้นท่านเศรษฐี จึงพูดกะนางว่า สมณะของเจ้าเป็นอย่างไร เจ้าจึง สรรเสริญท่านักหนา สมณะของเจ้ามีศีล อย่างไร มีมรรยาทอย่างไร เจ้าถูกถาม แล้ว จงบอกความข้อนั้นแก่พ่อ. นางจึงตอบว่า ท่านผู้มีอันทรีย์สงบ ใจสงบ ตั้งอยู่ ในมรรคมีคุณอันสงบ มีจักษุทอดลง พูดพอประมาณ สมณะของลูกเป็นเช่นนี้ เจ้าค่ะ สมณะเหล่านั้นตัดเครื่องผูก เข้าป่า อยู่แต่ลำพัง ไม่มีเพื่อน เหมือนช้างตัด เครื่องผูก สมณะของลูกเป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ. ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงยืนกล่าวพระคุณของพระรัตนตรัยต่อหน้า เศรษฐี. เศรษฐี ฟังคำของนางแล้ว จึงกล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น เราจะนำ สมณะของเจ้ามาทำมงคลดังนี้ . นางถามว่า คุณพ่อจะทำเมื่อไร. เศรษฐีคิดว่า เมื่อเราบอกว่า ๒-๓ วัน นางก็จะพึงส่งทูตไปให้เรียกมาดังนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงได้กล่าวกะนางว่า พรุ่งนี้สิ แม่หนู. ในเวลาเย็น นางขึ้นปราสาทชั้นบน ถือ ภาชนะดอกไม้ขนาดใหญ่ ระลึกถึงพระคุณของพระศาสดาแล้วจึงซัดกำดอกไม้ ๘ กำ ไปเพื่อพระทศพลแล้วประคองอัญชลี ยืนนอบน้อมอยู่. นางได้ กล่าวอย่านี้ว่า พรุ่งนี้ ขอพระองค์โปรดทรงรับภิกษาของข้าพระองค์พร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป. ดอกไม้เหล่านั้นไปประดิษฐานเป็นเพดานเบื้องบนพระ- ทศพล. พระศาสดา เมื่อทรงนึกถึงก็ได้ทรงเห็นเหตุนั้น ในเวลาจบพระธรรม เทศนา อนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี นมัสการพระทศพลแล้วทูลว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ วันพรุ่งนี้ ขอพระองค์จงรับภิกษาในเรือนของข้าพระองค์ พร้อมด้วยภิกษุ ๕๐๐ รูป. พระศาสดาตรัสว่า ท่านเศรษฐี เรารับนิมนต์ นางจูฬสุภัททาไว้แล้ว. ท่านเศรษฐีทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ ไม่เห็นใครมา. พระศาสดาตรัสว่า ถูกละท่านเศรษฐี แต่อุบาสิกาผู้เป็น สัตบุรุษอยู่แต่ไกลแม้สุดพันโยชน์ก็ย่อมปรากฏได้ เหมือนภูเขาหิมวันต์ จึง ตรัสพระคาถานี้ว่า เหล่าสัตบุรุษปรากฏชัดในที่ไกล เหมือนหิมวันตบรรพต ส่วนเหล่าอสัต- บุรุษ อยู่ที่นั่นเองก็ไม่มีใครเห็น เหมือน ลูกศรที่ยิ่งไปเวลากลางคืน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน