เล่มที่ 35

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อภิกษุเดินอยู่ก็ดี ยืนอยู่ก็ดี นั่งอยู่...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 29


เนื้อหา

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อภิกษุเดินอยู่ก็ดี ยืนอยู่ก็ดี นั่งอยู่ก็ดี นอนอยู่ไม่หลับก็ดี อภิชฌาปราศไป พยาบาทปราศไป ถีนมิทธะ อุทธัจจะ กุกกุจจะ วิจิกิจฉา ภิกษุก็ละได้ ความเพียรทำไม่ย่อหย่อน สติตั้งมั่นไม่ ฟั่นเฟือน กายรำงับไม่กระสับกระส่าย จิตเป็นสมาธิแน่วแน่ ภิกษุเดินอยู่ เป็นอย่างนี้ก็ดี ยืนอยู่เป็นอย่างนี้ก็ดี นั่งอยู่เป็นอย่างนี้ก็ดี นอนอยู่ไม่หลับ เป็นอย่างนี้ก็ดี เราเรียกว่า ผู้มีอาตาปะ มีโอตตัปปะ มีความเพียรอัน ทำแล้ว มีใจเด็ดเดี่ยวเนืองนิตย์. ภิกษุพึงเป็นสำรวม ยินสำรวม นั่ง สำรวม นอนสำรวม คู้อวัยวะเข้าก็สำรวม เหยียดอวัยวะออกก็สำรวม พิจารณาดู ความเกิดขึ้นความเสื่อมไปแห่งธรรมและ ขันธ์ทั้งหลาย ในเบืองบน ท่ามกกลาง เบื้องล่าง ทุกภูมิโลก บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวภิกษุผู้ศึกษา ปฏิปทาอันสมควรแก่ ความสงบใจ มีสติทุกเมื่อเข้ารุ ใจเด็ดเดี่ยวเนืองนิตย์. พึงทราบวินิจฉัยในสีลสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า สมฺปนฺนสีลา ได้แก่ เธอทั้งหลายมีศีลบริบูรณ์. บทว่า สมฺปนฺนปาติโมกฺขา ได้แก่มีปาติโมกข์บริบูรณ์. บทว่า ปาติโมกฺขสํวร- สํวุตา ความว่า เธอทั้งหลายจงเป็นผู้สำรวมปิดประกอบด้วยปาติโมกขสังวร- ศีลอยู่เถิด. บทว่า อาจารโคจรสมฺปนฺนา ความว่า เธอทั้งหลายจงเป็นผู้ ถึงพร้อม คือประกอบด้วยอาจาระและโคจรเถิด . บทว่า อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ได้แก่ ในโทษทั้งหลายมีประมาณน้อย. บทว่า ภยทสฺสาวิโน ความว่า เป็นผู้มีปรกติเห็นโทษที่มีประมาณน้อยเหล่านั้นโดยเป็นภัย. บทว่า สมาทาย สิกฺขถ สิกฺขาปเทสุ ความว่า เธอทั้งหลายจงสมาทานยึดถือสิกขาบทที่ควร สมาทานนั้น ๆ ในส่วนแห่งสิกขาทั้งหมดศึกษาอยู่. ครั้นทรงชักชวนและตรัส สรรเสริญในคุณที่ได้แล้ว ด้วยการตรัสธรรมประมาณเท่านี้ว่า สมฺปนฺนสีลานํ ฯเปฯ สิกฺขาปเทสุ บัดนี้ เมื่อทรงแสดงประโยชน์อันจะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไป จึงตรัสว่า กิมสฺส ดังนี้เป็นต้น. ในบทนั้น บทว่า กิมสฺส แปลว่า จะพึงมีอะไรเล่า.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน