เล่มที่ 34
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมอัสสสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 471
เนื้อหา
นี้ ภิกษุทั้งหลาย คนกระจอก ๓ จำพวก. พึงทราบวินิจฉัยในปฐมอัสสสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า อสฺสขลุํโก ได้แก่พันธ์ม้า (กระจอก). บทว่า อิทมสฺส ชวสฺมึ วทามิ ความว่า เราตถาคตกล่าวว่า นี้เป็นความเร็ว คือ ญาณของ ภิกษุนั้น. บทว่า อิทมสฺส วณฺณสฺมึ วทามิ ความว่า เราตถาคตกล่าวว่า นี้เป็นสี คือ คุณความดีของภิกษุนั้น. บทว่า อิทมสฺส อาโรหปริณาหมสฺมึ ความว่า เราตถาคตกล่าวว่า นี้เป็นความสูง ความสง่างาม ของภิกษุนั้น ฉะนี้แล. ว่าด้วยม้าดี และบุรุษดี ๓ จำพวก ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงม้าดี ๓ และคนดี ๓ จำพวก ท่านทั้งหลายจงฟัง จงทำในใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุทั้งหลายรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ขยายความต่อไปว่า ม้าดี ๓ เป็นอย่างไร ? คือม้าดี ลางตัวฝีเท้าดี แต่สี ไม่งาม ทรวดทรงไม่งาม ลางตัวฝีเท้าดี สีงาม แต่ทรวดทรงไม่งาม ลางตัว ฝีเท้าก็ดี สีก็งาม ทรวดทรงก็งาม นี่ม้าดี ๓ จำพวก คนดี ๓ จำพวก เป็นอย่างไร ? คือคนดี ลางคนมีเชาวน์ดี แต่สี ไม่งาม ทรวดทรงไม่งาม ลางคนมีเชาวน์ดี สีก็งาม แต่ทรวดทรงไม่งาม ลางคนมีเชาวน์ดี สีก็งาม ทรวดทรงก็งาม คนดี มีเชาวน์ดี แต่สีไม่งาม ทรวดทรงไม่งาม เป็นอย่างไร ? ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เพราะสิ้นสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ เป็นโอปปาติกะ ปรินิพพานในโลกที่เกิดนั้น เป็นอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เรากล่าว ความที่เป็นโอปปาติกะ... (คือเป็นพระอนาคามี) นี้ในความมีเชาวน์ดีของเธอ แต่ภิกษุนั้นถูกถามปัญหาในอภิธรรมอภิวินัยแล้วจนปัญญาแก่ปัญหาไม่ได้ ฯลฯ นี้แล ภิกษุทั้งหลาย คนดี ๓ จำพวก.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน