เล่มที่ 34

พึงทราบวินิจฉัยในสมาทปกสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 349


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยในสมาทปกสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า อมจฺจา ได้แก่ อำมาตย์ผู้มีใจดี. บทว่า าติ ได้แก่ญาติ ฝ่ายปู่ ย่า ตา ยาย. บทว่า สาโลหิตา ได้แก่ญาติผู้ร่วมสายโลหิต มีพี่ชาย น้องชาย พี่สาว น้องสาวเป็นต้น. บทว่า อเวจฺจปฺปสาเท ความว่า มีความ เลื่อมใสอันไม่หวั่นไหว ที่เกิดขึ้นโดยหยั่งรู้ถึงคุณทั้งหลาย. บทว่า อญฺถตฺตํ ได้แก่ความเป็นอย่างอื่นจากความเป็นจริง. พึง ทราบวินิจฉัยในบทว่า ปฐวีธาตุยา เป็นต้นดังต่อไปนี้ ปฐวีธาตุที่เป็นธาตุ มีอาการเข้มแข็ง ในโกฏฐาส ๒๐ อย่าง (พึงมีความเป็นอย่างอื่นไปได้) อาโปธาตุที่เป็นน้ำ เป็นธาตุเกาะกุม ในโกฏฐาส ๑๒ อย่าง (พึงมีความ เป็นอย่างอื่นไปได้) เตโชธาตุ ที่เป็นธาตุแผดเผาในโกฏฐาส ๔ อย่าง (พึงมี ความเป็นอย่างอื่นไปได้) วาโยธาตุ ที่เป็นธาตุพัดผัน ในโกฏฐาส ๖ อย่าง (พึงมีความเป็นอย่างอื่นไปได้). ด้วยบทว่า สิยา อญฺถตฺตํ น เตฺวว พระอานนท์เถระเจ้า แสดงว่า จริงอยู่ มหาภูตรูปทั้ง ๔ เหล่านี้ พึงมีความเป็นอย่างอื่นไปได้ เพราะเข้าถึงความเป็นอัญญมัญญปัจจัย แต่สำหรับพระอริยสาวกไม่มีความเป็น อย่างอื่นไปได้เลย. ก็ในพระสูตรนี้ บทว่า อญฺถตฺตํ ได้แก่ความเป็นอย่างอื่น โดย ความเลื่อมใส และความเป็นอย่างอื่นโดยคติ เพราะว่าทั้ง ๒ อย่างนั้น ไม่มีแก่ พระอริยสาวก มีแต่ความเป็นอย่างอื่นโดยสภาพ อธิบายว่า พระอริยสาวกที่ เป็นมนุษย์ ไปเป็นเทวดาก็มี ไปเป็นพรหมก็มี แต่ความเลื่อมใสของพระ- อริยสาวกนั้น จะไม่ขาดตอน (เปลี่ยนแปลง) ในระหว่างภพ ทั้งจะไม่ถึง ความเป็นอย่างอื่นโดยคติ กล่าวคืออบายคติ แม้พระบรมศาสดาเมื่อจะทรง แสดงความข้อนั้นแหละ จึงตรัสคำมีอาทิว่า ตตฺธิทํ อญฺถตฺตํ ดังนี้. คำที่เหลือในพระสูตรนี้ ง่ายทั้งนั้นแล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน