เล่มที่ 34

เมื่อพระตถาคตเจ้า ทรงบันลือสีหนาทด้วยบททั้ง ๓ อย่างนี้แล้ว ท...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 279


เนื้อหา

เมื่อพระตถาคตเจ้า ทรงบันลือสีหนาทด้วยบททั้ง ๓ อย่างนี้แล้ว ทรง วกกลับแสดงธรรม บริษัทประมาณ ๘๔,๐๐๐ ที่ประชุมกัน ณ สถานที่นั้นได้ดื่ม น้ำอมฤต. พระศาสดาทรงทราบว่า บริษัทดื่มน้ำอมฤตแล้ว จึงเหาะขึ้นสู่เวหาส เสด็จหลีกไป. เพื่อแสดงเนื้อความนั้น ท่านจึงกล่าวคำมีอาทิว่า อถโข ภควา ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สีหนาทํ ได้แก่ การบันลืออย่างประเสริฐ คือการบันลืออย่างไม่เกรงขาม ได้แก่ การบันลืออย่างหาผู้เปรียบมิได้ บทว่า เวหาสํ ปกฺกามิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเข้าจตุตถฌาน มี อภิญญาเป็นบาท ออกจากฌานแล้ว ทรงอธิฏฐานแล้วทะยานขึ้นสู่อากาศ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ก็แลครั้นเสด็จไปอย่างนี้แล้ว ทันใดนั้น ก็ได้เสด็จ ประทับอยู่ที่คิชฌกูฏมหาวิหาร. บทว่า วาจาย สนฺนิโตทเกน ได้แก่ทิ่มแทงด้วยวาจา. บทว่า สญฺชมฺภรึ อกํสุ ความว่า ปริพาชกทั้งหลายได้ทำการถากถาง คือ พูดกระทบไม่หยุดหย่อน อธิบายว่า (พูด) ทิ่มแทงหนักขึ้น. บทว่า พฺรหารญฺเ แปลว่า ในป่าใหญ่. บทว่า สีหนาท นทิสฺสามิ ความว่า สุนัขจิ้งจอกแก่เห็นอาการของราชสีห์ บันลือสีหนาท ก็คิดว่า ราชสีห์นี้ก็เป็น สัตว์เดียรัจฉาน แม้เราก็เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ราชสีห์มี ๔ เท้า ถึงเราก็มี ๔ เท้า แม้เราก็จักบันลือสีหนาทได้เหมือนกัน. มันไม่อาจบันลือสีหนาท ต่อหน้าราชสีห์ได้ พอราชสีห์หลีกออกไปหาอาหาร มันตัวเดียว ก็เริ่มบันลือ สีหนาท. คราวนั้น มันก็เปล่งเสียงสุนัขจิ้งจอกนั่นเองออกไป. ด้วยเหตุนั้น ปริพาชกจึงกล่าวว่า ก็ร้องออกมาเป็นเสียงสุนัขจิ้งจอกนั่นแหละ. บทว่า เภรณฺฑกํ เป็นไวพจน์ของบทว่า สิงคาลกะ นั่นเอง อีกอย่างหนึ่ง ท่าน อธิบายว่า ร้องเสียงแตก ได้แก่ร้องออกมาเป็นเสียงไม่น่าพอใจ. ด้วยข้ออุปมา นี้ว่า เอวเมว โข ตฺวํ ปริพาชกทั้งหลาย เปรียบพระตถาคตเจ้าเหมือน ราชสีห์ เปรียบสรภปริพาชกเหมือนสุนัขจิ้งจอก.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน