เล่มที่ 34

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงภัยที่มารดาและบุตรไม่ได้พบกัน...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 252


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงภัยที่มารดาและบุตรไม่ได้พบกัน ที่ทรงประสงค์เอาอันมาโดยอ้อมอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงภัยโดยตรง จึงตรัสคำว่า ติณีมานิ เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชราภยํ ได้แก่ ภัยที่อาศัยชราเกิดขึ้น. แม้ในภัย ๒ อย่างนอกนี้ ก็มีนัย นี้แล. สมจริงดังคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดังนี้ว่า ภัย สิ่งที่น่ากลัว ความหวาด เสียว ขนชูชัน ความสะดุ้งกลัวแห่งจิตเกิดขึ้น เพราะอาศัยชรา. . . เพราะ อาศัยพยาธิ ภัย สิ่งที่น่ากลัว ความหวาดเสียว ขนชูชัน ความสะดุ้งกลัวแห่ง จิตเกิดขึ้นเพราะอาศัยมรณะ. บทที่เหลือในทุกแห่งง่ายทั้งนั้นแล. ว่าด้วยพระพุทธองค์ได้ที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ ๓ อย่าง สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จจาริกไปในประเทศ โกศล พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ถึงหมู่บ้านพราหมณ์ชื่อ เวนาคปุระ พราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้าน เวนาคปุระ ได้ยินข่าวว่า พระสมณโคดม พระโอรสกษัตริย์สักยะ ทรงผนวชจากตระกูลกษัตริย์สักยะ เสด็จถึงหมู่บ้าน เวนาคปุระแล้ว ก็แลพระโคคมผู้เจริญนั้นมีพระเกียรติศัพท์อันดีฟุ้งเฟื่องไป อย่างนี้ว่า อิติปิ โส ภควา แม้เพราะอย่างนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น อรหํ เป็นพระอรหันต์ สมฺมาสมฺพุทโธ เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ สุคโต เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว โลกวิทู เป็นผู้รู้โลก อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ เป็นสารถีฝึกคนที่พึงฝึกได้ ไม่มีผู้อื่น ยิ่งกว่า สตฺถา เทวมนุสฺสานํ เป็นพระศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ทั้งหลาย พุทฺโธ เป็นผู้ตื่นแล้ว เป็นผู้เบิกบานแล้ว ภควา เป็นผู้มีโชค โส อิมํ โลกํ สเทวกํ สมารกํ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ทรงกระทำ สพฺรหฺมกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ให้แจ้งด้วยพระปัญญาอันยิ่งด้วยพระ- ปชํ สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺา องค์แล้ว ทรงประกาศให้โลกนี้กับทั้ง สจฺฉิกตฺวา ปเวเทติ เทวโลกมารโลกพรหมโลก คือประ- ชาชนรวมทั้งสมณพราหมณ์ ทั้งเทวดา และมนุษย์ให้รู้ทั่ว โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงแสดงธรรม มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ อันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ ทรงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ ทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์ สิ้นเชิง พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ สาธุ โข ตถารูปานํ อรหตํ ก็แลการได้พบเห็นพระอรหันต์ทั้งหลาย ทสฺสนํ โหติ ผู้ทรงคุณวิเศษเห็นปานนั้น ย่อมเป็น การดีแล ครั้งนั้น พราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้านเวนาคปุระ พากันไปเฝ้า พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นไปถึงแล้ว บางพวกถวายอภิวาท พระผู้มีพระภาคเจ้า บางพวกแสดงความยินดีกับ พระผู้มีพระภาคเจ้า กล่าวถ้อยคำที่ทำให้เกิด ความชื่นชมต่อกันให้ระลึกถึงกัน บางพวกประคองอัญชลีไปทาง พระผู้มีพระ- ภาคเจ้า บางพวกร้องทูลชื่อและนามสกุล บางพวกนิ่ง (ไม่ทำอะไรทั้งนั้น) ต่าง นั่งลง ณ ที่ควรส่วนหนึ่ง พราหมณ์ วัจฉโคตร ชาวบ้าน เวนาคปุระ นั่ง ณ ที่ควรส่วนหนึ่งแล้ว กราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ น่าอัศจรรย์พระโคดม ผู้เจริญไม่เคยมี พระอินทรีย์ของพระโคดมผู้เจริญแจ่มใสยิ่งนัก พระฉวีวรรณ บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ดังพุทราสุกในฤดูสารท ... ดังผลตาลสุก ที่เพิ่งหลุดจากขั้ว ๑ ... ดังทองชมพูนท ๒ ที่บุตรช่างทองผู้มีฝีมือตกแต่งดีแล้ว ขัดอย่างดีแล้ว วางไว้บน ผ้าบัณฑุกัมพลสุกปลั่งอร่ามจ้าอยู่ฉะนั้น ... ข้าแต่พระโคคมผู้เจริญ อุจจาสยนะ (ที่นั่งที่นอนสูง) และมหาสยนะ (ที่นั่งที่นอนใหญ่) ทั้งหลาย คือ อาสนฺทิ ม้าหรือเก้าอี้สำหรับนั่ง ปลฺลงฺโก แท่นหรือเตียงมีรูปสัตว์ร้ายที่เท้า ๑. เห็นจะหมายเอาตรงบริเวณขั้วเท่านั้น หรือมิฉะนั้นก็เนื้อใน ๒. ชมพูนท ทองที่เกิดอยู่ตามแม่น้ำชมพูในอินเดีย แต่ครั้งกระโน้น โคณโก เครื่องลาดทำด้วยขนแกะสีดำขนยาวมาก จิตฺติกา " " " ปักหรือทอเป็นลาย ปฏิกา " " " สีขาว ปฎลิกา " " " ปักเป็นสัณฐานพวงดอกไม้ ตูลิกา ฟูกยัดนุ่นหรือสำลี วิกติกา เครื่องลาดทำด้วยขนแกะวิจิตรด้วยรูปสีห์และเสือเป็นต้น อุทฺธโลมิ " " " มีขนตั้ง เอกนฺตโลมิ " " " มีขนล้มไปข้างเดียวกัน กฏฺ€ิสฺสํ เครื่องลาดทอด้วยด้ายทองแกมไหม โกเสยฺยํ เครื่องลาดทอด้วยไหมล้วน กุตฺตกํ เครื่องลาดทำด้วยขนแกะ กว้างพอนางระบำยืนฟ้อนรำได้ ๑๖ คน หตฺถตฺถรํ เครื่องลาดหลังช้าง อสฺสตฺถรํ " หลังม้า รถตฺถรํ " บนรถ อชินปฺปเวณิ เครื่องลาดทำด้วยหนังอชิน ๑ กาทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณํ ที่นอนอย่างดีหุ้มด้วยหนังกทลิมฤค ๒ สอุตฺตรจฺฉทํ ประกอบด้วยผ้าดาดเบื้องบน อุภโตโลหิตกุปธานํ ๓ มีหมอนสีแดงสองข้าง ๑. อชิน เคยแปลกันว่าเสือ ในคำมณิกัณฐนาคราชพ้อดาบสว่า กินฺเต อชินสาฎิยา แปลกันว่า " ประโยชน์อะไรของท่านด้วยผ้าหนังเสือ " ๒. กทลิมฤค แปลว่า กวาง หรือชะมด ๓. สองบทนี้ลางทีท่านแยกออกเป็นประเภทหนึ่ง ๆ สอุตฺตรจฺฉทํ ได้แก่ที่นอนมีเพดาน อุภโต- โลหิตถุปธานํ ได้แก่หมอนข้าง เครื่องลาดเหล่านี้เกี่ยวด้วยวินัย ลางอย่างแก้ไขแล้วใช้ได้ก็มี ที่อนุญาตให้ใช้ในภายหลังก็มี อุจจาสยนมหาสยนะชนิดนี้ ๆ พระโคดมผู้เจริญ เห็นจะมีอยู่พอการ หาได้ ไม่ยาก ได้อย่างไม่ฝืดเคืองเป็นแน่ พราหมณ์ อุจจาสยนมหาสยนะทั้งหลาย คือม้านั่ง ฯ ลฯ หมอนสีแดง สองข้าง อุจจาสยนมหาสยนะเหล่านั้น เป็นของหาได้ยากสำหรับบรรพชิต และได้มาก็ไม่ควร อุจจาสยนมหาสยนะ ๓ นี้สิ ที่เรามีพอการ หาได้ไม่ยาก ได้อย่างไม่ฝืดเคือง อุจจาสยนมหาสยนะ ๓ คืออะไร คืออุจจาสยนมหาสยนะ ทิพย์ อุจจาสยนมหาสยนะพรหม อุจจาสยนมหาสยนะอริยะ นี้แล พราหมณ์ อุจจาสยนมหาสยนะ ๓ ที่เรามีพอการ หาได้ไม่ยาก ได้อย่างไม่ฝืดเคือง ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็อุจจาสยนมหาสยนะทิพย์ ที่พระโคดมผู้เจริญ มีพอการ หาได้ไม่ยาก ได้อย่างไม่ฝืดเคือง เป็นไฉน.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน