เล่มที่ 32
ผู้ใดรู้จุติและอุปบัติ ของสัตว์ทั้งหลายโดยประ การทั้งปวง เรา...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 247
เนื้อหา
ผู้ใดรู้จุติและอุปบัติ ของสัตว์ทั้งหลายโดยประ การทั้งปวง เราเรียกผู้นั้น ผู้ไม่ข้องอยู่แล้ว ไปดี แล้ว รู้แล้วว่าเป็นพราหมณ์. เทพคนธรรพ์และมนุษย์ ไม่ทราบคติของผู้ใด เราเรียกผู้นั้น ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ผู้เป็นพระ- อรหันต์ ว่าเป็นพราหมณ์ ดังนี้. แต่นั้น วังคีสะทูลว่า ท่านโคดม ผู้แลกวิชากับวิชาไม่มีความ เสื่อม ข้าพระองค์จักถวายมนต์ที่ข้าพระองค์รู้แด่พระองค์ พระองค์ ได้โปรดตรัสบอกมนต์นั้นแก่ข้าพระองค์ พระศาสดาตรัสว่า วังคีสะ เราจะไม่แลกมนต์ด้วยมนต์ เราจะให้อย่างเดียวเท่านั้น วังคีสะทูลว่า ดีละท่านโคดม ขอจงโปรดประทานแก่ข้าพระองค์เถิด แล้วแสดง ความนอบน้อมนั่งกระทำประณมมือแล้ว พระศาสดาตรัสว่า วังคีสะ เมื่อสมัยท่านเรียนมนต์อันมีค่ามาก หรือมนต์อะไร ๆ ไม่ต้องมีการ อยู่อบรมหรือ วังคีสะ ไม่มีดอกท่านโคดม พระศาสดาตรัสว่า ท่านจะสำคัญว่า มนต์ของเราไม่มีการอบรมหรือ ขึ้นชื่อว่า พราหมณ์ ทั้งหลายย่อมเป็นผู้ไม่อิ่มด้วยมนต์ เพราะฉะนั้นวังคีสะนั้นจึงกราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ท่านพระโคดมข้าพระองค์ก็จักกระทำข้อ กำหนัดที่พระองค์ตรัสไว้ พระศาสดาตรัสว่า วังคีสะ เราเมื่อจะ ให้มนต์นี้ ย่อมให้แก่ผู้ที่มีเพศเสมอกันกับเรา วังคีสะกล่าวกะ พราหมณ์ทั้งหลายว่า ข้าพเจ้าควรกระทำกิจอย่างใด อย่างหนึ่ง แล้วไปเรียนมนต์นี้ วังคีสะกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย เมื่อข้าพเจ้าบวช แล้ว ก็อย่าคิดเลย ข้าพเจ้าเรียนมนต์แล้วจักเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทั่วชมพู- ทวีป เมื่อเป็นเช่นนั้น แม้ท่านทั้งหลายก็จักมีความเจริญด้วย จึง บวชในสำนักพระศาสดาเพื่อเรียนมนต์.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน