เล่มที่ 32

สมัยนั้น พระศาสดาของเราทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ แล้วทรงประกาศ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 222


เนื้อหา

สมัยนั้น พระศาสดาของเราทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ แล้วทรงประกาศธรรมจักรในราวป่าอิสิปตนะแล้ว เทวดาในหมื่น จักรวาลมาประชุมกันแล้ว ในที่ประชุมนั้น ยักษ์ตนหนึ่งชื่อว่า สาตาคิรยักษ์ ในระหว่างยักษ์เสนาบดี (แม่ทัพยักษ์) ๒๘ ตน ฟังธรรมกถาของพระทศพลตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว ดำริว่า ธรรมกถาอันไพเราะนี้ เหมวตยักษ์สหายของเราได้ฟังหรือมิได้ฟัง หนอ ยักษ์นั้นมองหาในระหว่างหมู่เทพก็ไม่เห็นยักษ์นั้น จึงคิดว่า สหายของเราไม่ทราบว่ารัตนะทั้ง ๓ เกิดขึ้นแล้วแน่แท้ จำเราจักไป กล่าวคุณแห่งพระทศพลแก่เขาและจะบอกถึงธรรมที่เราบรรลุ แก่เขาด้วย จึงไปหาเหมวตยักษ์นั้น โดยทางเบื้องบนแห่งกรุงราชคฤห์ กับบริษัทของตน ฝ่ายเหมวตยักษ์เห็นป่าหิมพานต์อันกว้างยาวถึง ๓ พันโยชน์ มีดอกไม้บานในเวลามิใช่ฤดู คิดว่าเราจักเล่นการละเล่นในป่า หิมพานต์กับสหายของเรา จึงไปกับบริษัทของตนโดยเบื้องบน กรุงราชคฤห์เหมืนกัน แม้ยักษ์เหล่านั้นก็มาพบกันเบื้องบนนิเวศน์ ของอุบาสิกาในขณะนั้น ต่างก็ถามกันว่า พวกท่านเป็นบริษัท ของใคร พวกเราเป็นบริษัทของสาตาคิรยักษ์ พวกท่านล่ะเป็น บริษัทของใคร พวกเราเป็นบริษัทของเหมวตยักษ์ดังนี้ พวกยักษ์ เหล่านั้นต่างยินดีแล้วรำเริงแล้ว ไปแจ้งแก่ยักษ์เสนาบดีเหล่านั้น สาตาคิรยักษ์กล่าวกะเหมวตยักษ์ว่า สหาย ท่านจะไปไหน ? เหมวตยักษ์ตอบว่า สหาย เราจะไปสำนักท่าน สา. เพราะเหตุไร เห. เราเห็นป่าหิมพานต์มีดอกไม้สะพรั่ง เราจักไปเล่นในป่าหิมพานต์ นั้นกับท่าน สา. สหาย ก็ท่านจะไปได้อย่างไร ? ท่านรู้ว่าป่าหิมพานต์ มีดอกไม้บานสะพรั่งด้วยเหตุไร เห. ไม่รู้สหาย สา. สิทธัตถกุมาร โอรสพระเจ้าสุทโธทนมหาราช ยังหมื่นโลกธาตุให้ไหวแล้วทรง บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ทรงประกาศธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ในท่ามกลางเทวดาในหมื่นจักรวาล ท่านไม่รู้ว่าพระธรรมจักรนั้น พระองค์ทรงประกาศแล้วหรือ. เห. ไม่รู้ดอกสหาย สา. ท่านสำคัญ ว่าที่มีประมาณเท่านั้นนั่นเทียวมีดอกไม้บานสะพรั่ง แต่ทั่วหมื่น จักรวาลเป็นเสมือนดอกไม้กลุ่มเดียวกันในวันนี้ เพื่อสักการะบุรุษ นั้นนะสหาย. เห. ดอกไม้บานอยู่ก่อน พระศาสดานั้นท่านเห็นเต็ม นัยตาแล้วหรือ สา. เออ สหายเหมวตะ เราเห็นพระศาสดาแล้ว เราฟังธรรมแล้ว เราดื่มอมตะแล้ว เราจักทำท่านให้รู้อมตธรรม นั้นบ้าง เราจึงมายังสำนักของท่านสหาย. เมื่อยักษ์เหล่านั้นกำลัง เจรจากันอยู่นั่นแล อุบาสิกาลุกขึ้นจากที่นอนอันมีสิริ นั่งฟังการ เจรจาปราศรัยนั้น ถือเอานิมิตในเสียงกำหนดว่า เสียงนี้เป็นเสียง ในเบื้องบน ไม่ใช่ในภายใต้ เป็นเสียงอมนุษย์พูด มิใช่เสียงมนุษย์ พูด เงี่ยโสตประคองใจ. แต่นั้นสาคาคิรยักษ์พูดว่า อชฺช ปณฺณรโส อุโปสโถ (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข) ทิพฺพา รตฺติ อุปฏฺ€ิต อโนนนามํ สตฺถารํ หนฺท ปสฺสาม โคตมนฺติ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน