เล่มที่ 32
ุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ พระเถระ นี้ไปวิหารกับมหาชน โดยนัย...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 219
เนื้อหา
ได้ยินว่า ครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ พระเถระ นี้ไปวิหารกับมหาชน โดยนัยข้างต้นนั่นแล ยืนฟังธรรมอยู่ท้ายบริษัท เห็นพระศาสดา ทรงสถาปนาภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้ยินดีในฌาน จึงคิดว่า แม้เราก็ควรเป็น เหมือนอย่างนั้นในอนาคต จบเทศนา จึงนิมนต์พระศาสดา ถวาย เครื่องสักการะใหญ่ ๗ วัน โดยนัยก่อนนั่นแล กราบทูลพระผู้มี พระภาคเจ้าว่า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์มิได้ปรารถนาสมบัติอื่น ด้วยกรรม คือการทำกุศลอันยิ่งนี้ แต่ว่าข้าพระองค์พึงเป็นยอด ของเหล่าภิกษุผู้ได้ฌานในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งใน อนาคต เหมือนอย่างภิกษุที่พระองค์ทรงสถาปนาไว้ในตำแหน่ง เอตทัคคะ เป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้ได้ฌาน ในวันที่สุด ๗ วัน แต่วันนี้ไป ท่านได้กระทำความปรารถนาดังกล่าวมานี้ พระศาสดา ทรงตรวจดูอนาคต ทรงเห็นความสำเร็จจึงทรงพยากรณ์ว่า ใน อนาคต ในที่สุดแห่งแสนกัป พระพุทธเจ้าพระนามว่า โคตมะ จัก ทรงอุบัติ ท่านจักเป็นยอดของเหล่าภิกษุผู้ได้ฌาน ในศาสนาของ พระองค์ ดังนี้แล้วเสด็จกลับ ท่านกระทำกรรมอันงามตลอดชีวิต เวียนว่ายอยู่ในเทวดา และมนุษย์แสนกัป ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา มาบังเกิดใน ตระกูลที่มีโภคสมบัติมาก ในกรุงสาวัตถี ไปวิหารกับมหาชนที่ กำลังเดินไปฟังธรรมในภายหลังอาหาร ยืนฟังธรรมกถาของพระ- ทศพลท้ายบริษัท ได้ศรัทธา บรรพชาอุปสมบทแล้ว ให้พระผู้มี พระภาคตรัสบอกกัมมัฏฐานแล้ว กระทำบริกรรมในฌานอยู่ เป็นผู้ได้ฌาน การทำฌานนั้นแหละให้เป็นบาท บรรลุพระอรหัตตผล ท่านพักน้อยกว่าสมาบัติที่พระทศพลเข้า เข้าสมาบัติเป็นส่วนมาก จึงมีความชำนาญอันสั่งสมไว้ในฌานทั้งหลาย ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน ต่อมาภายหลังพระศาสดาทรงถือเอาคุณอันนี้ สถาปนาท่านไว้ใน ตำแหน่งเป็น ยอดของเหล่าภิกษุผู้ได้ฌาน ก็ท่านชื่อว่า กังขาเรวตะ เพราะมีความกังขา กล่าวคือความรำคาญ ที่มีความรังเกียจบังเกิด ขึ้นในวัตถุทั้งหลายที่เป็นกัปปิยะนั่นแลอย่างนี้ว่า อาวุโส น้ำอ้อยงบ เป็นอกัปปิยะ มูตรเป็นอกัปปิยะ จบ อรรถกถาสูตรที่ ๖
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน