เล่มที่ 32

คำที่เหลือ แม้ ในสูตรทั้งสองนี้ พึงทราบโดยนัยดังกล่าวในสูตรท...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 79


เนื้อหา

ใน สูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า ภาเวติ ได้แก่ ให้เกิดขึ้น คือ ให้เจริญ. ใน สูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า มนสิกโรติ แปลว่า กระทำไว้ในใจ. คำที่เหลือ แม้ ในสูตรทั้งสองนี้ พึงทราบโดยนัยดังกล่าวในสูตรที่ ๓. ก็ภิกษุใด ย่อมเสพ ภิกษุนี้แหละชื่อว่า ย่อมเจริญ ภิกษุนี้ชื่อว่ากระทำในใจ. ภิกษุย่อมเสพด้วยจิตใด ชื่อว่าย่อมเจริญด้วยจิตนั้นนั่นแล ชื่อว่า ย่อมทำไว้ในใจด้วยจิตนั้น. ก็พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อว่าเป็นผู้ สมบูรณ์ด้วยลีลาแห่งเทศนา เพราะทรงแทงตลอดธรรมธาตุใด ทรงอาศัยลีลาแห่งเทศนา ๑ ความเป็นใหญ่ในธรรม ๑ ความฉลาด ในประเภทแห่งปฏิสัมภิทา ๑ พระสัพพัญญุตญาณอันไม่ติดขัด ๑ ของพระองค์ เพราะทรงเป็นผู้แทงตลอดธรรมธาตุนั้น จึงทรงจำแนก แสดงจิตดวงเดียว ซึ่งเกิดขึ้นในขณะเดียวเท่านั้น โดยส่วนทั้ง ๓. ใน สูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า เยเกจิ เป็นคำกำหนดไม่แน่นอน. บทว่า อกุสลา เป็นคำกำหนดแน่นอนแห่งอกุศลเหล่านั้น. ด้วยคำเพียงเท่านี้ อกุศลธรรมทั้งหมด เป็นอันกำหนดเอาโดยไม่เหลือ คำว่า อกุสล- ภาคิยา อกุสลปกฺขิกา นี้ เป็นชื่อแห่งอกุศลธรรมทั้งนั้น. จริงอยู่ อกุศลนั่นแล บางพวกเป็นอกุศลจิต ด้วยอำนาจเป็นสหชาตธรรม (เกิดร่วมกัน) บางพวกเข้ากันได้ด้วยอำนาจอุปนิสสยปัจจัย และ เป็นฝักฝ่ายของอกุศลธรรมเหล่านั้น เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า เป็นส่วนแห่งอกุศล เป็นฝักฝ่ายแห่งอกุศล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน