เล่มที่ 32

มีอรรถว่าได้เฉพาะ ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ทิฏฺเ€ ธมฺเม จ โย อต...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 10


เนื้อหา

มีอรรถว่าได้เฉพาะ ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ทิฏฺเ€ ธมฺเม จ โย อตฺโถ โย จตฺโถ สมฺ- ปรายิโก อตฺถาภิสมายา ธีโร ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ ผู้มีปัญญาเป็นเครื่องทรงจำ เราเรียกว่าบัณฑิต เพราะการได้เฉพาะซึ่งประโยชน์ทั้งภพนี้และ ภพหน้า. มีอรรถว่า ปหานะ ละ ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า สมฺมามานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺส ภิกฺนี้ได้กระทำที่สุดทุกข์ เพราะละมานะ โดยชอบ. มีอรรถว่า ปฏิเวธ แทงตลอด ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺโ€ ฯลฯ วิปริณามฏฺโ€ อภิสมยฏฺโ€ ทุกข์ มีอรรถว่าบีบคั้น ปรุงแต่ง เร่าร้อน แปรปรวน แทงตลอด. แต่ในที่นี้ สมย ศัพท์นั้น มีอรรถว่า กาล. ด้วยคำนั้น พระเถระแสดงว่า สมัยหนึ่ง ในบรรดาสมัยทั้งหลาย อันเป็นประเภทแห่งกาล เป็นต้นว่า ปี ฤดู เดือน กึ่งเดือน กลางคืน กลางวัน เช้า เที่ยง เย็น ปฐมยาม มัชฌิมยาม ปัจฉิมยาม และครู่. ในคำว่า เอกํ สมยํ นั้น บรรดาสมัย มีปีเป็นต้นเหล่านั้น พระ- สูตรใด ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ในปี ฤดู เดือน ปักษ์ ส่วนแห่ง ราตรี ส่วนแห่งวันไร ๆ ทั้งหมดนั้น พระเถระรู้ดีแล้ว กำหนดดีแล้ว ด้วยปัญญาแม้โดยแท้ ถึงอย่างนั้น เมื่อพระเถระกล่าวไว้อย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ว่า ในปีโน้น ฤดูโน้น เดือนโน้น ปักษ์ โน้น กาลอันเป็นส่วนแห่งราตรีโน้น ส่วนแห่งวันโน้น ใคร ๆ ก็ไม่ สามารถจะทรงจำได้หรือแสดงได้ หรือให้ผู้อื่นแสดงได้โดยง่าย และเป็นเรื่องที่ต้องกล่าวมาก ฉะนั้นท่านจึงประมวลเนื้อความนั้น ไว้ด้วยบทเดียวเท่านั้น แล้วกล่าวว่า เอกํ สมยํ ดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน