เล่มที่ 28

พระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ จักล้างมือ หรือเท้า หรือจักบ้...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 345


เนื้อหา

บทว่า อุทกมณิกํ ได้แก่ ให้ตั้งตุ่มน้ำขนาดใหญ่ไว้ เจ้าศากยทั้ง หลายคิดว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ จักล้างมือ หรือเท้า หรือจักบ้วนปาก ได้ตามชอบใจ จึงบรรจุน่าสีแก้วมณี ให้เต็ม ใส่ดอกไม้ต่าง ๆ เพื่ออบและจุณอบ ให้ปิดไว้ด้วยใบกล้วยตั้งไว้ในที่นั้น ๆ ท่านหมายเอาข้อนี้ จึงกล่าวว่า ปติฏฺ€าเปตฺวา บทว่า เตลปฺปทีปํ อาโรเปตฺวา ความว่าตามประทีปน้ำมันใน ด้ามที่ทำด้วยเงินและทองเป็นต้น และในภาชนะที่ทำด้วยทองและเงิน เป็นต้น ที่วางไว้ในมือของรูปชาวโยนกและรูปคนป่า เป็นต้น. ก็ในคำว่า เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- เจ้าศากยะเหล่านั้น จะให้ตกแต่งสัณฐาคารอย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่ โดย ที่แท้ให้ปัดกวาด แม้ถนนของนครกรุงกบิลพัสดุ์ ในทางโยชน์หนึ่งให้ยกธง ให้ตั้งต้นกล้วยและหม้อเต็มน้ำ ไว้ที่ประตูเรือน กระท่านครทั้งสิ้นให้เป็น ราวกะว่ามีดวงดาวเกลื่อนกล่นด้วยประทีปและมาลาเป็นต้น ให้คนตีกลอง ร้องประกาศว่า พวกท่านจงให้เด็กเล็ก ๆ ที่ยังดื่มนม ให้ดื่มนมเสีย ให้พวกเด็กรุ่น ๆ รีบกินข้าวแล้วให้นอนเสีย อย่าทำเสียงเอ็ดอึง วันนี้ พระศาสดาจักประทับในบ้านราตรีหนึ่ง ธรรมดาว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงประสงค์แต่เงียบเสียง แล้วพากันถือเอาประทีปด้ามด้วยตนเอง เข้า ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ บทว่า อถโข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน เยน นวํ สณฺ€าคารํ เตนุปสงฺกมิ ความว่า นัยว่า เมื่อเขากราบทูลเวลาอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้เวลาอันสมควร แล้วขอเชิญเสด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจัดแจงผ้า ๒ ชั้น ที่ทรงย้อมแล้วด้วยน้ำครั่งสด มีสีดังดอกทองหลางแดง เหมือนตัด อกปทุมด้วยกรรไกร ทรงนุ่งปิดมณฑล ๓ เหมือนวงกำดอกปทุม ด้วย สังวาลย์ทอง ทรงคาดประคดเอวมีรัศมีดังสายฟ้า เหมือนเอาผ้ากัมพลแดง หุ้มยอดเงิน เหมือนใส่ข่ายแก้วประพาฬ บนแต่งทอง อันสูงได้ร้อยศอก เหมือนสรวมเสื้อผ้ากัมพลแดง ที่เจดีย์ทองเหมือนเอาเมฆแดงปิดพระจันทร์ เพ็ญ ซึ่งกำลังโคจรอยู่ เหมือนรดน้ำครั่งแก่จัดลงเหนือยอดภูเขาทอง เหมือนวงยอดเขาจิตตกูฏด้วยสายฟ้า ทรงห่มผ้าบังสุกุลอันประเสริฐมีสีแดง เหมือนใบอ่อนของต้นไทรที่จับเขย่าแผ่นดินใหญ่ พร้อมทั้งเขาจักรวาฬ เขาสิเนรุและเขายุคันธร แล้วเสด็จออกจากประตูพระคันธกฎี ดุจสีหะ ออกจากถ้ำทอง และเหมือนพระจันทร์ ออกจากยอดเขาด้านบูรพาทิศ ก็แลครั้นเสด็จออกแล้ว ก็ประทับยืนที่มุขแห่งพระคันธกฎี ลำดับนั้น รัศมีสร้านออกจากพระวรกายของพระองค์ เหมือนกลุ่ม สายฟ้าแลบออกจากกลีบเมฆ แล้วกระทำต้นไม้ในอารามให้เป็นราวกะว่า ใบ ดอก ผล และค่าคบมีสีเหลืองแก่ที่รดด้วยสายน้ำทองฉะนั้น. ทันใด นั่นเอง ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ถือบาตรและจีวรของตน แวดล้อมพระผู้มี- พระภาคเจ้า. ก็เหล่าภิกษุผู้ยืนแวดล้อมเหล่านั้น ต่างเป็นผู้มีคุณธรรม เห็นปานนี้คือ มักน้อย สันโดษ ชอบสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภ ความเพียร มีวัตร อดทนต่อถ้อยคำ ผู้เตือนตนมีปกติติเตียนบาป ถึงพร้อม ด้วยศีล ถึงพร้อมด้วยสมาธิ ถึงพร้อมด้วยวิมุตติและวิมุตติญาณทัสสนะ พระผู้มีพระภาคเจ้าอันภิกษุเหล่านั้น แวดล้อมแล้วทรงรุ่งเรื่องยิ่ง ดั่งแท่ง- ทองที่ใส่ในผ้ากัมพลแดง เหมือนเรือทองที่อยู่กลางท่ามกลางกลุ่มปทุมแดง และเหมือนปราสาททองที่วงด้วยไพรที่แก้วประพาฬ. ฝ่ายพระมหาเถระ ทั้งหลาย มีพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานเถระเป็นต้น ห่มผ้า บังสุกุลมีสีดังเมฆ ราวกะว่า งูใหญ่มีหนังดังแก้วมณี มีราคะอันคายเสียแล้ว มีกิเลสทำลายเสียแล้ว มีตัณหาดังชัฏอันสางเสียแล้ว มีกิเลสเครื่องผูก อันตัดเสียแล้ว ไม่ติดอยู่ในตระกูลหรือคณะแวดล้อมแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน