เล่มที่ 28
พึงทราบวินิจฉัย ในบทว่า อนนฺตโทสุปทฺทวโต นี้ดังต่อไปนี้
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 297
เนื้อหา
พึงทราบวินิจฉัย ในบทว่า อนนฺตโทสุปทฺทวโต นี้ดังต่อไปนี้. จริงอยู่ โทษและอันตรายที่อาศัยอสรพิษเกิดขึ้นไม่มีประมาณ. จริงอย่าง นั้น อสรพิษเหล่านั้นกัดแล้ว ทำให้ตาบอดบ้าง ให้เป็นคนกระจอกบ้าง ให้ เป็นคนเปลี้ยบ้าง ให้เป็นคนร่างพิการไปแถบหนึ่งบ้าง เพราะฉะนั้นเหล่า อสรพิษย่อมแสดงความพิการหาประมาณมิได้ ด้วยประการฉะนี้ แม้ภูตรูป ทั้งหลาย โกรธขึ้นมาแล้วย่อมกระทำความพิการ บางอย่าง บรรดาความ พิการทั้งหลายมีตาบอดเป็นต้น โทษและอันตราย ของภูตรูปเหล่านั้น หา ประมาณมิได้ เพราะฉะนั้น พึงทราบว่าภูตรูปเหล่านั้นเสมือนกัน โดยมี โทษและอันตรายหาประมาณมิได้ ด้วยประการฉะนี้ บัดนี้ ในที่นี้ควรแสดงกรรมฐาน ด้วยอำนาจมหาภูตรูป ๔ จนถึง พระอรหัต กรรมฐานนั้นก็กล่าวไว้แล้วทั้งนั้น ในจตุธาตุววัฏฐานนิทเทศ คัมภีร์วิสุทธิมรรคแล. ในคำว่า ปญฺจ วธกา ปจฺจตฺถิกาติ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจนํ ภิกษุทั้งหลาย คำว่า ปญฺจ วธกา ปจฺจตฺถิกา ศัตรูผู้ฆ่า ๕ นี้แล เป็นชื่อของอุปาทานขันธ์ ๕ นี้พึงทราบว่า ขันธ์ทั้งหลายเสมือนกับศัตรูผู้ฆ่า ด้วยอาการ ๒ อย่าง. จริงอยู่ ขันธ์ทั้งหลายย่อมฆ่าซึ่งกันและกัน เมื่อขันธ์เหล่านั้นมีอยู่ ชื่อว่า ผู้ฆ่าก็ย่อมปรากฏอย่างไร. อันดับแรกรูปย่อมฆ่าทั้งรูป ทั้งอรูป อรูป ย่อมฆ่าทั้งอรูป ทั้งรูป อย่างไร. ปฐวีธาตุแม้นี้ เมื่อแตก ย่อมพา เอาธาตุ ๓ บอกนี้แตกไปด้วย. แม้ในอาโปธาตุเป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน. รูปชื่อว่าฆ่ารูปนั่นแหละก่อน ด้วยอาการอย่างนี้. ส่วนรูปขันธ์ เมื่อแตก ก็พาเอาอรูปขันธ์ ๔ แตกด้วยไป เพราะฉะนั้น รูป ถือว่าฆ่าอรูปด้วยอาการ อย่างนี้. แม้เวทนาขันธ์ เมื่อแตก ก็พาเอาสัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ แตกไปด้วย. แม้ในสัญญาขันธ์เป็นต้นก็นัยนี้. อรูปชื่อ ว่าย่อมฆ่าอรูปอย่างนี้. ส่วนอรูปขันธ์ ๔ ในขณะจุติ เมื่อแตก ก็พาวัตถุรูป (หทยวัตถุ) แตกไปด้วย. อรูปชื่อว่าฆ่ารูปด้วยอาการอย่างนี้. ที่ชื่อว่า วธกา เพราะฆ่าซึ่งกันและกันก่อนด้วยอาการอย่างนี้. ก็ขันธ์มีในที่ใด การตัด การทำลาย การฆ่า และการจองจำเป็นต้น ก็มีในที่นั้นนั่นแล ไม่มีในที่อื่น. เมื่อขันธ์ มีอยู่ ผู้ฆ่าย่อมปรากฏ แม้เพราะเหตุนั้น ขันธ์จึงชื่อว่าผู้ฆ่า. บัดนี้ พึงแสดงกรรมฐาน ตั้งต้นแต่แยกขันธ์ ๕ ออก เป็น ๒ ส่วน คือส่วนรูปและ อรูป(นาม) แล้วแยกนาม ด้วยอำนาจรูป หรือแยกรูปด้วยอำนาจนามจนถึงพระอรหัตแล. แม้คำนั้น ก็กล่าวไว้แล้ว ในวิสุทธิมรรคเหมือนกัน ในคำว่า ฉฏฺโ อนฺตรจโร วธโก อุกฺขิตฺตาสิโกติโข ภิกฺขเว นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจนํ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คำว่า เพชฌฆาต สอดแนม ( ลึกลับ ) คำรบ ๖ ผู้เงื้อดาบเป็นชื่อของนันทิราคะนี้ พึงทราบ ว่า ความกำหนัดด้วยอำนาจความยินดี เป็นเสมือนกับเพชฌฆาตผู้เงื้อดาบ โดยอาการ ๒ อย่าง คือโดยทำศีรษะ คือปัญญาให้ตกไป และโดยทำให้ เข้าถึงกำเนิด. อย่างไร. ความจริง เมื่ออิฏฐารมณ์มาปรากฏ ทางจักขุทวาร โลภะ อาศัยอารมณ์นั้นย่อมเกิดขึ้น ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ศีรษะคือปัญญา เป็นอันชื่อว่า ตกไป. แม้ในโสตทวารเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. พึงทราบ นันทิราคะ เป็นเสมือนโดยการทำศีรษะคือปัญญาให้ตกไป อย่างนี้ก่อน. ก็นันทิราคะนั่นย่อมนำเข้าไปสู่กำเนิด ๔ อย่าง ด้วยอัณฑชกำเนิดเป็นต้น นันทิราคะนั้น มีมหาภัย ๒๕ อย่าง และกรรมกรณ์ ๓๒ อย่าง มีการทำ ให้เข้าถึงกำเนิดเป็นมูล ๓๒ ก็มาถึงเหมือนกัน เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า นันทิราคะนั้น เสมือนเพชฌฆาตเงื้อดาบ แม้โดยการนำเข้าถึงกำเนิด ด้วยอาการอย่างนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน