เล่มที่ 28
อธิบายว่า ผู้มีโทษมีอย่างต่าง ๆ อันถือมั่นแล้ว
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 191
เนื้อหา
อธิบายว่า ผู้มีโทษมีอย่างต่าง ๆ อันถือมั่นแล้ว. บทว่า ตสถาวเรสุ ได้แก่ ผู้มีตัณหาและผู้หมดตัณหา. ด้วยคำว่า อคุตฺตทฺวารสฺส ภวนฺติ โมฆา พระเถระแสดงว่า การสมาทานวัตร ทั้งหมดย่อมเป็นโมฆะสำหรับผู้ไม่สำรวมทวาร. ถามว่า เหมือนอะไร. แก้ว่า เหมือนทรัพย์เครื่องปลื้มใจ ที่บุรุษได้ในความฝัน. อธิบายว่า เหมือนทรัพย์เครื่องปลื้มใจ มีอย่างต่าง ๆ เช่นแก้วมณี แก้วมุกดา ที่บุรุษ ได้แล้วในความฝัน ย่อมว่างเปล่า ครั้นตื่นขึ้นมาแล้วก็ไม่เห็นอะไร เป็น โมฆะเปล่า ๆ ปลี้ ๆ ฉันใด. บทว่า อนาสกา ความว่า ไม่กินอาหาร ๑ - ๒ วัน เป็นต้น. บทว่า ตณฺฑิลสายิกาจ ได้แก่ นอนบนพื้นดินอันลาดด้วยกลุ่มหญ้าเขียว บทว่า ปาโต สินานญฺจ ตโยจ เวทา ความว่า เข้าไปอาบน้ำแต่เช้าตรู่ และเวท ๓. บทว่า ขราชินํ ชฏา ปงฺโก ได้แก่ หนังเสือเหลืองที่มี สัมผัสหยาบ ศีรษะมุ่นมวยผม และเหงือกที่ชื่อว่า ปังกะ. บทว่า มนฺตา สีลพฺพตํ ตโป ได้แก่ มนต์ และ วัตร กล่าวคืออาการของแพะ และ อาการของโค ท่านกล่าวว่านี้เป็นตปะของพราหมณ์ในบัดนี้. บทว่า กุหนา วงฺกทณฺฑา จ ความว่า ความหลอกลวง คือ โทษที่ปกปิด เหมือน คูถที่ถูกปิดบังไว้และไม้เท้าคดคือไม้มีกิ่งคต ที่ถือเอาจากต้นมะเดื่อต้นทอง กวาวและต้นมะตูมอย่างใดอย่างหนึ่ง. บทว่า อุทกา จ มนานิ จ ได้แก่ ลูบหน้าด้วยน้ำ. ด้วยบทว่า วณฺณา เอเต พฺราหฺมณานํ พระเถระแสดง ภัณฑะเหล่านั้น ว่า วรรณะ อันเป็นเครื่องปริกขารของพวกพราหมณ์. บทว่า กตกิญฺจิกฺขภาวนา แปลว่าภาวนาที่เห็นแก่อามิส ที่กระทำแล้ว. อนึ่ง บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. อธิบายว่า กระทำเพื่อประโยชน์แก่อันกล่าว ถึงอามิสเล็ก ๆ น้อย ๆ. บัดนี้พระเถระครั้นทำลายความหลงผิดของพวก พราหมณ์อย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงคุณของพราหมณ์เก่า ๆ อีก จึงกล่าวคำ อาทิว่า จิตฺตญฺจ สุสมาหิตํ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน