เล่มที่ 28

ในสารุปปสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 32


เนื้อหา

ในสารุปปสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า สพฺพมญฺิตสมุคฺฆาตสารุปฺปํ ความว่า สมควร แก่ข้อปฏิบัติอันจะเพิกถอนความสำคัญด้วยตัณหา มานะและทิฏฐิทั้งหมด บทว่า อิธ ได้แก่ ในพระศาสนานี้. บทว่า จกฺขุํ น มญฺติ ความว่า ย่อมไม่สำคัญจักษุว่า เรา ว่าของเรา หรือว่า ผู้อื่น ของผู้อื่น บทว่า จกฺขุสฺมึ น มญฺติ ความว่า ย่อมไม่สำคัญว่าเรามีความกังวลในจักษุ คือมีความกังวลด้วยกิเลสเครื่องกังวลในจักษุของเรามีความกังวลด้วยกิเลส เครื่องกังวลในจักษุของผู้อื่น. บทว่า จกฺขุโต น มญฺติ ความว่า ย่อมไม่สำคัญแม้อย่างนี้ว่า เราปราศจากจักษุ คือความกังวลด้วยกิเลส เครื่องกังวล เราปราศจากจักษุ ปราศจากจักษุของผู้อื่น คือความกังวลด้วย กิเลสเครื่องกังวลปราศจากจักษุของผู้อื่น อธิบายว่า ไม่ทำความสำคัญ ด้วยตัณหามานะและทิฏฐิ แม้อย่างหนึ่งให้เกิดขึ้น. บทว่า จกฺขุํ เมติ น มญฺติ ความว่า ไม่สำคัญว่าจักษุของเรา อธิบายว่า ไม่ทำความ สำคัญด้วยตัณหาอันเป็นอัตตาของเรา ให้เกิดขึ้น. คำที่เหลือง่ายทั้งนั้น ดังนี้แล. ในพระสูตรนี้ ตรัสวิปัสสนาให้บรรลุพระอรหัตในฐานะ ๑๔๔. ว่าด้วยทรงแสดงข้อปฏิบัติอันเป็นที่สบายแก่การเพิกถอนสิ่งทั้งปวง [ ๓๔ ] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงข้อปฏิบัติอันเป็นที่สบาย แก่การเพิกถอนซึ่งความสำคัญสิ่งทั้งปวงด้วยตัณหามานะและทิฏฐิแก่เธอ ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ข้อปฏิบัติ อันเป็นที่สบายแก่การเพิกถอนซึ่งความสำคัญสิ่งทั้งปวงด้วยตัณหามานะและ ทิฏฐิเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในศาสนานี้ ย่อมไม่สำคัญ ซึ่งจักษุ ในจักษุ แต่จักษุ ว่าจักษุของเรา ย่อมไม่สำคัญรูป ย่อมไม่สำคัญ จักษุวิญญาณ ย่อมไม่สำคัญซึ่งจักษุสัมผัส ย่อมไม่สำคัญซึ่งสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัส. เป็นปัจจัย ใน เวทนานั้น แต่เวทนานั้น ว่า เวทนานั้นเป็นของเรา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะสิ่งใดที่ตนสำคัญไว้ เป็นที่ให้สำคัญ เป็นแดนให้สำคัญ เป็นเหตุให้ สำคัญว่า เป็นของเรา สิ่งนั้นล้วนเปลี่ยนแปลงออกไปจากที่สำคัญนั้น คือ สัตว์ในภพก็มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น สัตว์โลกย่อมเพลิดเพลิน เฉพาะภพเท่านั้น ฯลฯ ย่อมไม่สำคัญซึ่งใจ ในใจ แต่ใจ ว่าใจของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งธรรมารมณ์ในธรรมารมณ์ แต่ธรรมารมณ์ ว่าธรรมารมณ์ ของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งมโนวิญญาณ ในมโนวิญญาณ แต่มโนวิญญาณ ว่า มโนวิญญาณของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งมโนสัมผัส ในมโนสัมผัส แต่มโน- สัมผัส ว่า มโนสัมผัสของเรา ย่อมไม่สำคัญซึ่งสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ในเวทนานั้น แต่เวทนานั้น ว่า เวทนานั้นเป็นของเรา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลนั้น ย่อมไม่สำคัญซึ่งขันธ์ ธาตุและอายตนะ ในขันธ์ ธาตุและอายตนะ แต่ขันธ์ ธาตุและอายตนะ ว่า ขันธ์ ธาตุและอายตนะเป็นของเรา บุคคลรู้ไม่สำคัญ อยู่อย่างนี้ ย่อมไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก เมื่อไม่ถือมั่น ย่อมไม่สะดุ้งกลัว เมื่อไม่สะดุ้งกลัว ย่อมดับสนิทได้เฉพาะตนทีเดียว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำ เสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็น อย่างนี้มิได้มี ดังนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันนี้แล คือ ข้อปฏิบัติอันเป็น ที่สบายแก่การเพิกถอนซึ่งความสำคัญสิ่งทั้งปวงด้วยตัณหามานะและทิฏฐิ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน