เล่มที่ 27
พึงทราบวินิจฉัยใน กิเลสสังยุต ดังต่อไปนี้ :- บทว่า จิตฺตสฺเส...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 474
เนื้อหา
พึงทราบวินิจฉัยใน กิเลสสังยุต ดังต่อไปนี้ :- บทว่า จิตฺตสฺเสโส อุปกฺกิเลโส ความว่า (เป็นอุปกิเลส) ของจิตดวงไหน ? (เป็นอุปกิเลส) ของจิตที่เป็นไปในภูมิ ๔. ถามว่า (ฉันทราคะเป็นอุปกิเลส) ของจิตที่เป็นไปในภูมิ ๓ นับว่าถูกต้อง (แต่) (เป็นอุปกิเลส) ของโลกุตตรจิตได้อย่างไร ? ตอบว่า เป็นได้เพราะห้ามการเกิดขึ้น (แห่งโลกุตตรจิต) อธิบายว่า ฉันทราคะนั้น พึงทราบว่าเป็นอุปกิเลส เพราะไม่ให้ โลกุตตรจิตนั้นเกิดขึ้น. บทว่า เนกฺขมฺมนินฺนํ ได้แก่ (จิต) ที่น้อมไปในโลกุตตรธรรม ๙. บทว่า จิตฺตํ ได้แก่ จิตที่เจริญสมถะ และจิตที่เจริญวิปัสสนา บทว่า อภิญฺา สจฺฉิกรณีเยสุ ธมฺเมสุ ความว่า หรือเมื่อบุคคล จะยึดถือธรรมอย่างหนึ่ง ในบรรดาธรรมคืออภิญญา ข้อที่ ๖ ที่พึงรู้ แล้วทำให้แจ้งด้วยปัจจเวกขณญาณ ก็พึงยึดถือว่า เนกขัมมะ ก็คือ พระนิพพานนั่นเอง. บทที่เหลือในสูตรทั้งหมด มีความหมายง่ายทั้งนั้นแล. รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. จักขุสูตร ๒. รูปสูตร ๓. วิญญาณสูตร ๔. ผัสสสูตร ๕. เวทนาสูตร ๖. สัญญาสูตร ๗. เจตนาสูตร ๘. ตัณหาสูตร ๙. ธาตุสูตร ๑๐. ขันธสูตร สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้น เป็นเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตรนุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวร เข้าไปสู่กรุงสาวัตถี เพื่อบิณฑบาต ครั้นเที่ยวบิณฑบาตในกรุงสาวัตถีแล้ว กลับจาก บิณฑบาตภายหลังภัต เข้าไปยังป่าอันธวัน เพื่อพักกลางวัน ถึง ป่าอันธวันแล้ว นั่งพักกลางวัน ณ โคนไม้แห่งหนึ่ง ครั้งนั้นเป็นเวลาเย็น ท่านพระสารีบุตรออกจากที่พักแล้ว เข้าไปยังพระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ท่านพระอานนท์ได้เห็นท่าน พระสารีบุตรมาแต่ไกล จึงกล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสนัก สีหน้าของท่านหมดจด ผ่องใส วันนี้ ท่านพระสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร ?
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน