เล่มที่ 27
ทำลายความดื้อดึงได้แล้ว ท่าน พระฉันนะ ท่านจงเงี่ยโสตลงฟัง ท่...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 256
เนื้อหา
ท่าน พระอานนท์ กล่าวว่า แม้ด้วยเหตุเท่านี้ ผมก็ดีใจ ด้วยท่าน พระฉันนะ ทั้งได้รำพึงกันมาแต่แรก ท่าน พระฉันนะ ได้กระทำ ข้านั้นให้แจ่มแจ้งแล้ว ทำลายความดื้อดึงได้แล้ว ท่าน พระฉันนะ ท่านจงเงี่ยโสตลงฟัง ท่านเป็นผู้สมควรจะรู้ธรรมได้อย่างแจ่มแจ้ง ลำดับนั้น ความปีติ และ ความปราโมทย์ อย่างโอฬาร ก็บังเกิดมีแก่ ท่าน พระฉันนะ ด้วยเหตุเพียงเท่านั้นว่า เราเป็นผู้สมควรจะรู้ธรรม ได้อย่างแจ่มแจ้ง. อา. ท่าน พระฉันนะ ผมได้สดับคำนี้มาเฉพาะพระพักตร์ รับมา แล้วเฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ตรัสสั่งสอน ภิกษุกัจจานโคตร อยู่ว่า ดูก่อน กัจจานะ โลกนี้ โดยมากอาศัยส่วน ๒ อย่าง คือ ความมี (อัตถิตา) ๑ ความไม่มี (นัตถิตา) ๑ ก็เมื่อบุคคลเห็นเหตุเกิดแห่งโลกด้วยปัญญา อันชอบตามเป็นจริงอยู่ ความไม่มีในโลกย่อมไม่มี เมื่อบุคคลเห็น ความดับแห่งโลกด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอยู่ ความมีใน โลกย่อมไม่มี โลกนี้โดยมากยังพัวพันด้วยอุบายเป็นเหตุถือมั่นและ ความยึดมั่น แต่อริยสาวกย่อมไม่เข้าถึง ไม่ถือมั่น ไม่ตั้งไว้ ซึ่งอุบาย เป็นเหตุถือมั่น มีความยึดมั่นด้วยความตั้งจิตไว้เป็นอนุสัยว่า อัตตา ของเรา ย่อมไม่เคลือบแคลงสงสัยว่า ทุกข์นั่นแหละ เมื่อบังเกิดขึ้น ย่อมบังเกิดขึ้น ทุกข์เมื่อดับย่อมดับ อริยสาวกนั้นมีญาณหยั่งรู้ใน เรื่องนี้โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นเลย ดูก่อน กัจจานะ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล จึงชื่อว่าสัมมาทิฏฐิ ดูก่อน กัจจานะ ส่วนสุดที่ ๑ นี้ว่า สิ่งทั้งปวงมีอยู่ ส่วนสุดที่ ๒ นี้ว่า สิ่งทั้งปวงไม่มี ตถาคตแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุดทั้งสองนั้นว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้ เพราะอวิชชานั่นแหละดับด้วย การสำรอกโดยไม่เหลือ สังขารจึงดับ เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ ฯลฯ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน