เล่มที่ 27

อุปาทาน ก็อันนั้น และ อุปาทานขันธ์ ๕ ก็อันนั้น หรือว่า อุปาท...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 201


เนื้อหา

อุปาทาน ก็อันนั้น และ อุปาทานขันธ์ ๕ ก็อันนั้น หรือว่า อุปาทาน อื่นจาก อุปาทานขันธ์ ๕ พระเจ้าข้า ? พระพุทธเจ้า: ดูก่อนภิกษุ อุปาทาน ก็อันนั้น และ อุปาทานขันธ์ ๕ ก็อันนั้น หามิได้ และ อุปาทานขันธ์ อื่นจาก อุปาทานขันธ์ ๕ ก็หามิได้ แต่ ฉันทราคะ ในอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านั้นเป็นตัว อุปาทาน. ว่าด้วยฉันทราคะในอุปาทานขันธ์ ๕ ภิกษุนั้น ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของ พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ดีแล้วพระเจ้าข้า แล้วได้ทูลถามปัญหาที่ยิ่งขึ้นไปว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ก็ฉันทราคะในอุปาทานขันธ์ ๕ แตกต่างกันหรือ พระผู้มี- พระภาคเจ้า ตรัสตอบว่า ต่างกันภิกษุ ดังนี้แล้วได้ตรัสต่อไปว่า ดูก่อน ภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ มีความปรารถนาอย่างนี้ว่าในอนาคตกาล ขอเราพึงมีรูปเช่นนี้ พึงมีเวทนาเช่นนี้ พึงมีสัญญาเช่นนี้ พึงมีสังขาร เช่นนี้ พึงมีวิญญาณเช่นนี้. ดูก่อนภิกษุ ฉันทราคะในอุปาทานขันธ์ ๕ ต่างกันด้วยประการฉะนี้แล. ภิกษุนั้น ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของ พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ดีแล้วพระเจ้าข้า แล้วได้ทูลถามปัญหาที่ยิ่งขึ้นไปว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ ขันธ์จึงชื่อว่าขันธ์? พระพุทธเจ้า: ดูก่อนภิกษุรูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และ ปัจจุบัน เป็นภายในก็ดี ภายนอกก็ดี หยาบก็ดี ละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี มีในที่ไกลก็ดี ในที่ใกล้ก็ดี นี้เรียกว่า รูปขันธ์ เวทนาอย่างใด อย่างหนึ่ง ฯลฯ นี้เรียกว่า เวทนาขันธ์ สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ นี้เรียกว่า สัญญาขันธ์ สังขารอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ นี้เรียกว่า สังขารขันธ์ วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และ ปัจจุบัน เป็นภายในก็ดี ภายนอกก็ดี หยาบก็ดี ละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี มีในที่ไกลก็ดี ในที่ใกล้ก็ดี นี้เรียกว่า วิญญาณขันธ์ ดูก่อนภิกษุ ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล ขันธ์จึงชื่อว่าขันธ์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน