เล่มที่ 25

ปากตินทริยสูตรที่ ๑๓ มีพิสดารอยู่ในชันตุเทวปุตตสูตร ในเทวปุต...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 306


เนื้อหา

ลำดับนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นเป็นผู้อันเทวดานั้นให้สังเวชถึงซึ่งความ สลดใจแล้วแล. ปากตินทริยสูตรที่ ๑๓ มีพิสดารอยู่ในชันตุเทวปุตตสูตร ในเทวปุตต- สังยุต. สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่ง พำนักอยู่ในแนวป่าแห่งหนึ่งใน แคว้นโกศล สมัยนั้นแล ภิกษุนั้นกลับจากบิณฑบาตภายหลังเวลาฉัน ลงสู่ สระโบกขรณีแล้วสูคดมดอกปทุม. ครั้งนั้นแล เทวดาผู้สิงอยู่ในแนวป่านั้น มีความเอ็นดู ใคร่ ประโยชน์แก่ภิกษุนั้น หวังจะไห้เธอสลด จึงเข้าไปหาถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ กล่าวกะเธอด้วยคาถาว่า ท่านสูดดมดอกไม้ที่เกิดในน้ำซึ่ง ใคร ๆ ไม่ได้ให้แล้ว นี้เป็นองค์อันหนึ่ง แห่งความเป็นขโมย ท่านผู้นิรทุกข์ ท่าน เป็นผู้ขโมยกลิ่น. ภิกษุกล่าวว่า เราไม่ได้นำไป เราไม่ได้หัก เรา ดมดอกไม้ที่เกิดในน้ำห่าง ๆ เมื่อเป็น เช่นนี้ ท่านจะเรียกว่าเป็นผู้ขโมยกลิ่นด้วย เหตุดังรือ ส่วนบุคคลที่ขุดเง่าบัว หักดอก บัวบุณฑริก เป็นผู้มีการงานอันเกลื่อนกล่น อย่างนี้ ไฉนท่านจึงไม่เรียกเขาว่าเป็น ขโมย. เทวดากล่าวว่า บุรุษผู้มีบาปหนา แปดเปื้อนด้วย ราคาทิกิเลสเกินเหตุ เราไม่พูดถึงคนนั้น แต่เราควรจะกล่าวกะท่าน บาปประมาณ เท่าปลายขนทราย ย่อมปรากฏประดุจ เท่าก่อนเมฆในนภากาศแก่บุรุษผู้ไม่มีกิเลส ดังว่าเนิน ผู้มักแสวงหาไตรสิกขาอัน สะอาดเป็นนิจ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน