เล่มที่ 25
ดอกปทุมชื่อ โกกนทะ บานแต่เช้า ตรู่ ย่อมเหี่ยวไปด้วยแสงอาทิตย...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 259
เนื้อหา
ดอกปทุมชื่อ โกกนทะ บานแต่เช้า ตรู่ ย่อมเหี่ยวไปด้วยแสงอาทิตย์ ฉันใด สัตว์หลายผู้ถึงความเป็นมนุษย์ ย่อมเหี่ยว แห้งไป ด้วยกำลังกล้าแห่งชรา ฉันนั้น แล้วบรรลุพระอรหัต. อนึ่ง บุรุษผู้หนึ่งในพุทธันดร (ในเวลาว่างพระพุทธเจ้า) ๑ กลับ จากดงพร้อมกับบุตร ๗ คน ฟังเพลงขับของสตรีผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังเอา สากตำข้าวสารดังนี้ว่า สรีระนี้อาศัยหนังมีผิวเหี่ยวแห้ง ถูก ชราย่ำยีแล้ว สรีระนี้ถึงความเป็นอามิส คือเหยื่อของมฤตยู ย่อมแตกไป เพราะ มรณะ สรีระนี้เป็นที่อยู่ของหมู่หนอน เต็มไปด้วยซากศพต่าง ๆ สรีระนี้เป็น ภาชนะของไม่สะอาด สรีระนี้เสมอด้วย ท่อนต้นกล้วย พิจารณาอยู่ก็บรรลุปัจเจกโพธิญาณ พร้อมด้วยบุตรทั้งหลาย. วาจาประกอบ ด้วยองค์ ๔ เหล่านี้ แม้ถ้านับเนื่องในภาษาของชาวมิลักขะ หรือนับเนื่องใน เพลงขับของสตรีผู้ถือหม้อน้ำไปไซร้ ถึงกระนั้น ก็พึงทราบว่า เป็นวาจาสุภาษิต. วาจาชื่อว่า ไม่มีโทษ ทั้งวิญญูชนผู้มุ่งประโยชน์ อาศัยแต่ใจความ ไม่ใช่อาศัย แต่พยัญชนะ ไม่พึงติเตียน เพราะเป็นวาจาสุภาษิต. บทว่า สรูปาหิ ได้แก่ สมควร. บทว่า อภิตฺกวิ ได้แก่ สรรเสริญ แล้ว. บทว่า น ตาปเย ความว่า ไม่พึงทำตนให้เดือนร้อน คือไม่พึงเบียดเบียน ตนให้ร้อนใจ. บทว่า ปเร ความว่า ไม่ทำลายผู้อื่นให้เดือนร้อน. พระวังคีสะ ชมเชยพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยอปิสุณาวาจาด้วยคาถานี้ ด้วยประการฉะนี้. บทว่า ปฏินนฺทิตา ได้แก่ ประพฤติเป็นที่น่ารักใคร่. บทว่า ยํ อนาทาย ความว่า ท่านพระวังคีสะชมเชยด้วยอำนาจวาจาที่น่ารักว่า บุคคลเมื่อกล่าว วาจาใด ไม่ถือเอาคำหยาบอันลามก ไม่เป็นที่รักของตนเหล่าอื่น กล่าวแต่คำ เป็นที่รักซึ่งไพเราะทั้งอรรถะและพยัญชนะเท่านั้น พึงกล่าวแต่วาจานั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน