เล่มที่ 25
พระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยประการฉะนี้ เลื่อม ใสแล้ว บัดนี้ เมื่อ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 180
เนื้อหา
พราหมณ์ฟังพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยประการฉะนี้ เลื่อม ใสแล้ว บัดนี้ เมื่อจะทำความเลื่อมใสของตนให้แจ่มแจ้ง จึงกราบทูลว่า อทฺธา สุยิฏฺํ เป็นต้น. ข้อนั้นมีใจความดังต่อไปนี้ การบูชาของข้าพระองค์ นี้ บัดนี้จักเป็นการบูชาด้วยดี เช่นสรวงด้วยดีแน่แท้ แต่เมื่อก่อนข้าพระองค์ เอาเผาไฟเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์. บทว่า อญฺโ ชโน ได้แก่ ปุถุชนผู้ อันธพาลพูดอยู่ว่า เราเป็นพราหมณ์ เราเป็นพราหมณ์. บทว่า หพฺยเสสํ ได้แก่ เหลือจากการบูชา. คำว่า ภุญฺชตุ ภวํ เป็นต้น พึงทราบโดยนัยที่ กล่าวแล้วในสูตรก่อน บทว่า น ขฺวาหํ ตัดเป็น น โข อหํ. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนั้น. ตอบว่า เล่ากันมาว่า พอพราหมณ์น้อม โภชนะนั้นเข้าไปเท่านั้น เทวดาในทวีปใหญ่ ๔ ทวีปน้อย ๒,๐๐๐ ถือเอาดอก ไม้ผลไม้และเนยใสเนยข้นน้ำมันน้ำผึ้งน้ำอ้อยเป็นต้น ด้วยสำคัญว่าพระศาสดา จักเสวย จึงถือเอาโอชะที่ให้เกิดด้วยอานุภาพอันเป็นทิพย์ใส่เข้า เหมือนบีบรวง ผึ้งถือเอาน้ำผึ้ง. เพราะฉะนั้น โภชนะนั้นจึงถึงความเป็นของละเอียด. ก็โภชนะ นั้นเป็นวัตถุหยาบสำหรับมนุษย์ ฉะนั้น จึงไม่ถึงความย่อยไปโดยชอบสำหรับ มนุษย์เหล่านั้น เพราะเป็นวัตถุหยาบนั่นเอง. แต่ผสมพืช ๓ อย่างลงในนมโค โภชนะนั้นจึงกลายเป็นเจือด้วยของหยาบ. อนึ่ง โภชนะนั้นเป็นวัตถุละเอียด สำหรับหมู่เทพ เพราะฉะนั้น จึงไม่ถึงความย่อยไปโดยชอบสำหรับเทวดาเหล่า นั้น เพราะเป็นวัตถุละเอียด. แม้ในท้องของพระขีณาสพผู้สุกขวิปัสสกก็ไม่ย่อย ไป. แต่พระขีณาสพผู้ได้สมาบัติแปด พึงย่อยไปด้วยอำนาจสมาบัติ. แต่สำหรับ พระผู้มีพระภาคเจ้าพึงย่อยไปด้วยเตโชธาตุเกิดแต่กรรมตามปกติอย่างเดียว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน