เล่มที่ 25
ลำดับนั้น กิสาโคตมีภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่ใครหนอ กล่าวคา...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 68
เนื้อหา
ลำดับนั้น กิสาโคตมีภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่ใครหนอ กล่าวคาถา จะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์. ทันใดนั้น กิสาโคตมีภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่คือมารผู้มีบาป ใคร่ จะให้เราบังเกิดความกลัว ความหวาดเสียว ขนพองสยองเกล้า และใคร่จะ ให้เคลื่อนจากสมาธิ จึงกล่าวคาถา. ครั้นกิสาโคตมีภิกษุณีทราบว่า นี่คือมารผู้มีบาปแล้ว จึงได้กล่าวกะ มารผู้มีบาปด้วยคาถาว่า เราเสียบุตรไปแล้ว เหมือนความ ตายของบุตรถึงที่สุดแล้ว บุรุษทั้งหลาย ก็มีความตายของบุตรนี้เป็นที่สุดเหมือนกัน เราไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ ไม่กลัวความ ตายนั้นดอก. ผู้มีอายุ ความเพลิดเพลินในส่วน ทั้งปวง เรากำจัดแล้ว กองมืดเราทำลาย แล้ว เราชนะเสนาแห่งมัจจุแล้ว ไม่มี อาสวะอยู่. ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า กิสาโคตมีภิกษุณีรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้อันตรธานไปในที่นั้นเอง. ในโคตมีสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- ก็คำว่า กิสาโคตมี เป็นชื่อของภิกษุณีนั้น เพราะเธอมีเนื้อและ เลือดน้อย. ได้ยินว่า ครั้งก่อนทรัพย์ประมาณ ๘๐ โกฏิ ในเรือนตระกูลแห่ง หนึ่ง ณ กรุงสาวัตถี กลายเป็นถ่านไปหมด. กุฏุมพีมิได้ขนถ่านไปทิ้ง คิดว่า จักมีผู้มีบุญไร ๆ เป็นแน่ ด้วยบุญของผู้นั้นทรัพย์จักกลับเป็นปกติอีก จึงเอา ทองและเงินใส่ถาดเต็มหลายถาดเอาไปวางไว้ที่ตลาดแล้วนั่งอยู่ใกล้ ๆ. ลำดับ นั้น ธิดาของตระกูลยากจนคนหนึ่ง คิดว่า เราจักถือเอาทรัพย์ครึ่งมาสกแล้วนำ กิ่งไม้มา เดินไปตามถนน เห็นทรัพย์นั้นจึงกล่าวกะกุฏุมพีว่า ทรัพย์ที่ตลาดมี ถึงเพียงนี้ ที่เรือนจักมีเพียงไร. กุฏุมพีถามว่า แม่หนู เธอเห็นอะไรจึงได้ พูดอย่างนี้. นางตอบว่า เห็นเงินและทองนี้. กุฏุมพีคิดว่า หญิงคนนี้ชะรอย จักเป็นผู้มีบุญ จึงถามถึงที่อยู่ของนาง เก็บงำสิ่งของไว้ที่ตลาดแล้วเข้าไปหา มารดาบิดาของนาง กล่าวอย่างนี้ว่า ในเรือนของเรามีเด็กหนุ่มอยู่ ท่านจงให้ เด็กหญิงคนนี้แก่เขาเถิด มารดาบิดากล่าวว่า นายท่านจักหยอกล้อคนยากจน ทำไม. กุฏุมพีกล่าวว่า ธรรมดาว่า ความสนิทสนมโดยฐานมิตร ย่อมมีกับคน ยากจน ท่านทั้งหลายจงให้เถิด นางจักได้เป็นเจ้าของทรัพย์แล้วพานางนำมา ครองเรือน. นางอยู่ร่วมกันจึงคลอดบุตรชาย. บุตรได้ตายในเวลาพอเดินได้. นางเกิดในตระกูลเข็ญใจ แม้ได้อยู่ในตระกูลใหญ่ ก็เกิดความเศร้าโศกอย่าง หนักว่า เราถึงความพินาศเพราะบุตร ไม่เผาศพบุตร อุ้มซากบุตรนั้นเที่ยว พร่ำเพ้อไปทั่วนคร.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน