เล่มที่ 24
พึงทราบวินิจฉัยในปัชโชตสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :- บทว่
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 201
เนื้อหา
พึงทราบวินิจฉัยในปัชโชตสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :- บทว่า แสงสว่าง ได้แก่แสงสว่างดุจประทีป. บทว่า เครื่องตื่นอยู่ ได้แก่ ย่อมเป็นดุจชาคริกพราหมณ์ (พราหมณ์ผู้ตื่นอยู่). บทว่า ฝูงโคเป็น สหายในการงานของผู้เป็นอยู่ อธิบายว่า ฝูงโคเท่านั้นเป็นสหายในการงาน ชื่อว่า มีการงานเป็นเพื่อนสอง ในการงานของพวกชนที่มีชีวิตอยู่กับการงาน คือว่า พวกเขา ย่อมยังกสิกรรมเป็นต้นให้สำเร็จกับด้วยโคมณฑลทั้งหลาย. บทว่า สิตฺสฺส อิริยาปโถ ได้แก่ ไถเป็นอิริยาบถ คือเป็นเครื่องสืบต่อ แห่งชีวิตของหมู่สัตว์นั้น. บทว่า สิตํ แปลว่า คันไถ. เพราะว่า นาของ ชาวนาคนใด แม้มีประมาณน้อย ย่อมไม่ทำการไถแล้ว เขาย่อมกล่าวว่า เราจักเป็นอยู่ได้อย่างไร ดังนี้. เทวดาทูลถามว่า คนพวกไหนหนอไม่เป็นข้าศึกใน โลกนี้ พรหมจรรย์ที่อยู่จบแล้วของชน พวกไหน ย่อมไม่เสื่อม คนพวกไหนกำ- หนดรู้ความอยากได้ในโลกนี้ ความเป็น ไทมีแก่คนพวกไหนทุกเมื่อ มารดาบิดา หรือพี่น้องย่อมไหว้บุคคลนั้น ผู้ตั้งมั่นใน ศีล คือ ใครหนอ พวกกษัตริย์ ย่อมอภิ- วาทใครหนอในธรรมวินัยนี้ ผู้มีชาติต่ำ. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า สมณะทั้งหลายในธรรมวินัยนี้ ไม่ เป็นข้าศึกในโลก พรหมจรรย์ที่อยู่จบแล้ว ของสมณะทั้งหลายย่อมไม่เสื่อม สมณะ ทั้งหลายย่อมกำหนดรู้ความอยากได้ ความ เป็นไทย่อมมีแก่สมณะทั้งหลายทุกเมื่อ มารดาบิดาหรือพี่น้องย่อมไหว้บุคคลนั้น ผู้ตั้งมั่น (ในศีล) คือสมณะ ถึงพวก กษัตริย์ก็อภิวาทสมณะในธรรมวินัยนี้ ผู้มี ชาติต่ำ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน