เล่มที่ 20

กามาวจรธรรม ๗ ตามลำดับ, ธรรม ๓ มีอนภิชฌาเป็นต้น เป็นไปในภูมิ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 398


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยในบทมีอาทิว่า ปาณาติปาตา เวรมณี กุสลํ เจตนาเครื่องเว้นจากปาณาติบาต เป็นกุศลดังต่อไปนี้. กามาวจรธรรม ๗ ตามลำดับ, ธรรม ๓ มีอนภิชฌาเป็นต้น เป็นไปในภูมิ ๔ ย่อมควร. บทว่า ยโต โข วจฺฉ ภิกขุโน ดูก่อนวัจฉะ เพราะตัณหาอันภิกษุละได้แล้ว ท่าน มิได้กำหนดไว้ก็จริง. แต่พึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบทนี้ไว้ทรงหมาย ถึงพระองค์เท่านั้น ในชีวกสูตร ในจังกีสูตรและในสูตรนี้อย่างนี้. บทว่า อตฺถิ ปน ยังมีอยู่หรือ วัจฉะทูลถามว่า ข้าพระองค์ขอถามว่า ยังมีอยู่หรือ. นัยว่าวัจฉะนั้นมีลัทธิอยู่ว่า ในศาสนานั้นมีศาสดาเท่านั้นเป็นอรหันต์. ส่วน สาวกผู้สามารถบรรลุพระอรหัตไม่มี. อนึ่ง พระสมณโคดมตรัสดุจการตรัสกะ ภิกษุรูปหนึ่งว่า ยโต โข วจฺฉ ภิกฺขุโน ดังนี้. วัจฉะถามด้วยคิดว่าเรา จักถามความนี้ว่า สาวกของพระสมณโคดมบรรลุพระอรหัตมีอยู่หรือหนอ. ในบทเหล่านั้นบทว่า ติฏฺ€ตุ คือ ท่านพระโคดมจงยกไว้. อธิบาย ว่า เพราะท่านพระโคดมเป็นพระอรหันต์ปรากฏแล้วในโลก. เมื่อพระองค์ทรง พยากรณ์แล้ว วัจฉะทูลถามปัญหาเกี่ยวกับภิกษุณีเป็นต้นต่อไป. แม้พระผู้มี- พระภาคเจ้าก็ทรงพยากรณ์แก่เขาแล้ว. บทว่า อาราธโก ผู้พอใจ ผู้ให้สำเร็จ ผู้ทำให้บริบูรณ์. บทว่า เสกฺขาย วิชฺขาย ปตฺตพฺพํ พึงบรรลุวิชชาของ เสกขะ คือ บรรลุผล ๓ เบื้องต่ำ. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ทั้งหมดนั้นเรา บรรลุแล้ว. ส่วนอาจารย์ผู้มีวาทะนอกรีตนอกรอยกล่าวว่า ภิกษุนั้นบรรลุ อรหัตมรรคเท่านั้น แต่ยังไม่บรรลุผล เพราะคำว่า เสกขธรรมเป็นไฉน มรรค ๔ ยังไม่ถึงที่สุด และสามัญญผล ๓ ก็เป็นเบื้องต่ำ. ด้วยเหตุนั้นย่อมให้ กล่าวถึงความเพียรให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปเพื่อบรรลุผลนั้น. ควรให้ผู้นั้นรู้อย่างนี้ว่า หากนระใด ละกิเลสทั้ง ได้แล้ว เป็นพระเสกขะบริบูรณ์ มีธรรมไม่เสื่อม ถึง ความชำนาญทางจิต มีอินทรีย์ตั้งมั่น นระ นั้นแล ท่านกล่าวว่า เป็นผู้มีตนมั่นคงแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน