เล่มที่ 19
ภิกษุแม้เหล่านั้น ทำกรรมในกัมมัฏฐานทั้ง ๔ เหล่านี้
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 376
เนื้อหา
ภิกษุแม้เหล่านั้น ทำกรรมในกัมมัฏฐานทั้ง ๔ เหล่านี้. ให้อาสวะทั้ง หมดสิ้นไป ดำรงอยู่ในความเป็นพระอรหันต์. กัมมัฏฐาน ๔ เหล่านี้ ให้ ราคะ โทสะ และ โมหะสงบ กำจัดราคะ โทสะ และโมหะ ได้แน่นอนแล. บทว่า " ถือก้อนกรวด " ความว่า ถือเอาก้อนหินประมาณเท่ากำมือ. ก็มารนี้ได้ให้พวกพราหมณ์เละคฤหบดีด่าภิกษุบ้าง บันดาลให้ภิกษุ สงฆ์เกิดลาภและสักการะด้วยอำนาจพราหมณ์ และคฤหบดีบ้าง เมื่อไม่ได้ ช่อง บัดนี้ ได้มีความประสงค์เพื่อจะพยายามด้วยมือของตนจึงสิงในร่างของ เด็กคนใดคนหนึ่ง แล้วได้ถือเอาก้อนหินขนาดนั้น. พระเถระหมายเอาเด็ก นั้น จึงกล่าวว่า "จับก้อนหินแล้ว." บทว่า " ต่อยศีรษะของท่าน " ความว่า ทำลายศีรษะของท่าน ความว่า ทำลายศีรษะ. เนื้อฉีกไปถึงหนังใหญ่เป็น ๒ ส่วน. ก็ก้อนกรวดไม่ ทำลายกระโหลกศีรษะจดกระดูกแล้วหยุดนั่นเอง. บทว่า " ได้ทรงแลดูแล้วโดยดูอย่างช้าง " ได้แก่ ได้ยินเสียงดัง. ช้างตัวประเสริฐ เมื่อประสงค์จะหลีกไปข้างนี้หรือข้างโน้น จะไม่ เอี้ยวคอแต่จะถอยร่างทั้งสิ้นกลับแลดูอยู่นั่นเทียว ฉันใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่ากกุสันธะก็ฉันนั้น ได้ทรงกลับสรีระทั้งสิ้นแลดูแล้ว กระดูก ทั้งหลายของมหาชนปลายจดกันตั้งอยู่ ของพระปัจเจกพุทธเจ้าตรงปลายเป็น ขอ. แต่ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นฉันนั้นหามิได้ เป็นพืดเดียวกันตั้ง อยู่ ดุจปลอกเหล็ก เพราะฉะนั้น เวลาทรงแลดูข้างหลัง พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จึงไม่อาจเอี้ยวพระศอไปได้ ก็ช้างตัวประเสริฐ. เมื่อประสงค์จะแลดูส่วนข้าง หลังจึงหมุนร่างกายทั้งสิ้นนั่นเทียว พระพุทธเจ้าก็พึงหมุนไปเช่นนั้น. เพราะ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถอยกลับพระสรีระทั้งสิ้นเทียวชำเลืองดู ดุจพระพุทธรูปทองคำที่หมุนไปด้วยเครื่องยนต์ ก็พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประทับยืนชำเลืองดูตรัสว่า " หรือว่า มารชื่อทูสีนี้ไม่ได้รู้ประมาณ." คำนั้น มีเนื้อความว่า มารทูสีนี้กระทำบาป ไม่ได้รู้ประมาณนั่น เอง ได้ทำการก้าวล่วงประมาณแล้ว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน