เล่มที่ 19
๑ คำว่า " ผู้มีความเพลิดเพลินในแผ่นดิน " ได้แก่ เป็นผู้มีควา...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 354
เนื้อหา
๑ คำว่า " ผู้มีความเพลิดเพลินในแผ่นดิน " ได้แก่ เป็นผู้มีความเพลิดเพลินใน แผ่นดินด้วยอำนาจตัณหาและทิฏฐิ แม้ในบทที่เหลือทั้งหลาย ก็ทำนองเดียว กันนี้แหละ. คำว่า " ดำรงอยู่ในกายที่ประณีต " ได้แก่ "เกิดในพรหม- โลก. คำว่า " ฉะนั้น ฉัน...กะเธอ " คือ เพราะเหตุนั้น ฉัน.. กะเธอ คำ ว่า " เอาเถอะ " เป็นนิบาตลงในอรรถว่าเตือน. คำว่า "เข้าไปเป็นไปล่วง" คือก้าวล่วง ปาฐะว่า อุปาติวตฺติโต เข้าไปประพฤติล่วง บ้างก็มี. ใจความ ก็อย่างเดียวกันนี้แหละ คำว่า " ให้โดดหนีไปด้วยกระบอง " คือเอาดุ้นกระ บองยาวสี่ศอกตีให้หนีไป. คำว่า " ในเหวนรก " คือ ในบึงใหญ่ ลึกร้อยชั่ว คน. คำว่า " พึงพลาด " ได้แก่ ไม่พึงอาจเพื่อจะทำเป็นที่ยึดที่เหยียบในที่ซึ่งพอ จะเอามือจับ หรือพอจะวางเท้าได้. ด้วยคำว่า " ภิกษุ เธอเห็นมิใช่หรือ? " นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอิทธานุภาพของผู้ที่ดำรงอยู่ในโอวาทของ พรหมว่า "ภิกษุ" เธอก็ย่อมเห็นพรหมปริษัท ที่ประชุมกัน กระจ่างสว่าง ๑. กำลังชมกระมัง? ไสว รุ่งเรือง โชติช่วงนี้ มิใช่หรือ. คำว่า " ภิกษุทั้งหลาย มารผู้มีบาป ได้น้อม เอาพรหมบริษัทมาสู่เรา อย่างนี้แล " ความว่า "ภิกษุทั้งหลาย มารผู้มี บาป กล่าวอยู่อย่างนี้ว่า "ภิกษุ เธอก็ย่อมเห็นพรหมบริษัทที่สว่างไสว ด้วยยศ และด้วยสิริมิใช่หรือ? ถึงเธอก็เถอะ ถ้าไม่ก้าวล่วง คำมหาพรหม ทำตามที่พรหมกล่าวกับเธอแล้ว เธอเองก็จะต้องรุ่งเรื่องด้วยยศ และสิริ แบบนี้เหมือนกัน" ก็น้อม คือนำเอาพรหมบริษัทมาสู่เรา. คำว่า " แกอย่าสำคัญ ไป " คือมารผู้มีบาป แกอย่าสำคัญไปเลย. คำว่า " แกเป็นมารผู้ลามก " คือมาร ฉันรู้จักแกว่าแกชื่อว่ามาร เพราะฆ่ามหาชน แกชื่อว่าผู้สกปรก เพราะกระทำพร้อมด้วยเหล็กอย่างสกปรก คือลามก แก่มหาชน. คำ " อายุ ทั้งหมด " คือ อายุทั้งสิ้น. คำว่า " เขาเหล่านั้นแลพึงทราบอย่างนี้ " คือพรหมมากล่าวสืบไปว่า พวกเขาถึงพร้อมด้วยการทำตบะใหญ่อย่างนี้ เธอ ก็ยังมีกลิ่นน้ำนมพัดมา (ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม). คำว่า " จะกลืนกิน แผ่นดิน " คือจักกลืนกินแผ่นดินจนหมดเกลี้ยงแล้วถือเอาด้วยตัณหา มานะ และทิฏฐิ. คำว่า " แกจะเป็นผู้ติดสอยห้อยตามฉัน ." คือแกจะเป็นผู้ติดฉัน แจ หมายความว่า เมื่อฉันเดินแกก็เดินตาม ฉันยืนแกก็ยืนข้าง, ฉันนั่ง แกก็นั่ง ข้าง, ฉันนอนแกก็นอนข้าง. คำว่า " เป็นผู้นอนเฝ้าโยง " คือเป็นผู้นอนใน เรือนฉัน. คำว่า " เป็นผู้พึงกระทำตามความใคร่ เป็นผู้พึงแบกขน " ความว่า แกเป็นผู้ต้องทำสิ่งที่ฉันต้องการตามความพอใจของตัวฉันเอง และเมื่อจะ แบกขนมา แกก็จะเป็นผู้ต้องทำให้ต่ำกว่า เตี้ยกว่า แม้แต่พุ่มผักไห่เสีย อีก. พรหมย่อมพูดรวน ย่อมระราน พระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างนี้ ด้วยคำนี้ ชื่อว่า ย่อมพูดรวน คือพรหมชื่อว่าย่อมพูดรวนก่อนอย่างนี้ว่า "ภิกษุ ถ้าเธอจะกลืนกินแผ่นดินนั้นด้วยตัณหา เป็นต้น เธอก็จะเป็นผู้นอนใกล้ ฉัน เมื่อฉันเดิน เธอก็จะเดิน ฉันยืน เธอก็จะยืนฉันนั่ง เธอก็จะนั่ง ฉันนอนเธอ ก็จะนอน ฉันจะปกป้องเธอ แล้วทำเธอให้เป็นคนสนิท เป็นคนภายใน. ส่วน ด้วยบทที่เหลือ ชื่อว่าย่อมระราน. ในบทเหล่านี้แล มีอธิบายดังต่อไปนี้ พรหมชื่อว่ายอมระรานอย่างนี้ว่า "ถ้าเธอจะกลืนกินแผ่นดิน เธอก็จะกลาย เป็นผู้นอนในเรือนฉัน คอยฉันเดินเป็นต้นแล้ว จึงจะเดิน จะยืน จะนั่ง หรือจะ นอน จะถืออารักขาฉันในเรือนฉัน ฉันจะทำเธอตามความใคร่ และจะทำเธอ ให้แบกขนอะไรไปต่ำเสียยิ่งกว่ากอผักไห่". แต่พรหมนี้อาศัยความถือ ตัว ฉะนั้นในที่นี้จึงหมายเอาเพียงการระรานเท่านั้น ในเรื่องน้ำเป็นต้น ก็ทำนองนี้เหมือนกัน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน