เล่มที่ 19
บทว่า "เป็นผู้ไม่มีภัยเข้าไปยินดีแล้ว" ความว่า เป็นผู้มีภัยห...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 318
เนื้อหา
บทว่า "เป็นผู้ไม่มีภัยเข้าไปยินดีแล้ว" ความว่า เป็นผู้มีภัยหามิ ได้ เข้าไปยินดีแล้ว อธิบายว่า "เป็นผู้เข้าไปยินดีแล้วโดยส่วนเดียว คือเป็นผู้ เข้าไปยินดีโดยติดต่อ." อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีภัยเข้าไปยินดีแล้ว เพราะความเป็นผู้ เข้าไปยินดีโดยความเป็นภัยหามิได้ ดังนี้บ้าง. ก็ภัยมี ๔ อย่าง คือ ภัยเกิดจาก กิเลส ๑ ภัยเกิดจากวัฏฏะ ๑ ภัยเกิดจากทุคติ ๑ ภัยเกิดจากการติเตียน ๑ แม้ปุถุชนย่อมกลัวภัย ๔ ประการ, เสขบุคคลทั้งหลาย ย่อมกลัวภัย ๓ ประการ เพราะว่า พระเสขบุคคลเหล่านั้น ละภัยที่เกิดจากทุคติได้ พระ เสขบุคคล ๗ จำพวก เป็นผู้ยังไม่ปลอดภัย ดังนี้แล. พระขีณาสพชื่อว่า เป็นผู้ปลอดภัย ก็ภัยอย่างหนึ่งของท่าน ย่อมไม่มี ภัยที่เกิดจากการ ติเตียนของผู้อื่นก็ไม่มีแล. ก็เธอย่อมอาศัยความเอ็นดูผู้อื่น แล้วรักษา ความเข้าไปติเตียนผู้อื่นว่า "สัตว์ทั้งหลาย อาศัยพระขีณาสพเช่นกับ เรา จงอย่าพินาศเลย ดุจพระเถระผู้อยู่ในมุลุปปลวาปีวิหาร." ได้ยินว่า พระเถระเข้าไปหมู่บ้านมุลุปปลวาปี เพื่อบิณฑบาต. ลำดับนั้น คนทั้งหลายรับบาตรของท่านผู้ถึงประตูบ้านตระกูลอุปัฏฐาก แล้วปูอาสนะอิงเก้าอี้นอน ฝ่ายธิดาของอำมาตย์ อาศัยเก้าอี้นั้นนั่นแล ให้ปู อาสนะต่ำในส่วนข้างหนึ่งนั่งแล้ว ภิกษุเจ้าถิ่นรูปหนึ่ง เข้าไปบิณฑบาตภาย หลัง ยืนแลดูที่ประตูบ้านนั่นเทียว กำหนดแล้วว่า "พระเถระนั่งบนเตียงเดียว กับธิดาอำมาตย์" จึงคิดว่า " ภิกษุผู้ทรงผ้าบังสุกุลนี้ อยู่ในวิหาร เหมือนสงบ เสงี่ยม แต่นั่งบนเตียงเดียวกันกับธิดาอำมาตย์ผู้อุปัฏฐากภายในบ้าน" แล้วตรวจดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า " อะไรหนอ เราเห็นระยำเสียแล้ว'' เป็นผู้สำคัญ อย่างนั้นแล้วหลีกไป ฝ่ายพระเถระฉันเสร็จแล้ว ไปวัด เข้าที่อยู่ของตน ปิดประตูนั่งแล้ว. ฝ่ายภิกษุเจ้าถิ่น ฉันเสร็จแล้วก็ไปวัด คิดว่า ''เราจักข่มขู่ เธอ แล้วขับภิกษุผู้ทรงผ้าบังสุกุลออกจากวัด" แล้วไปที่อยู่ของพระเถระโดย ทำนองการเที่ยวไปอย่างผู้ไม่สำรวมแล้ว เอากระบวยตักน้ำจากหม้อน้ำสำ หรับฉัน. ทำเสียงดังแล้วล้างเท้า. พระเถระรำพึงอยู่ว่า ''ผู้นี้ใครหนอแล เป็นผู้เที่ยวไปไม่สำรวมแล้ว" รู้เรื่องทั้งหมดแล้วคิดว่า ''ผู้นี้อย่าได้เป็นผู้ให้ใจ ประทุษร้ายในเราแล้วเข้าถึงอบายเลย." แล้วเหาะขึ้นนั่งขัดสมาธิ ใกล้มณฑลช่อฟ้า. ภิกษุเจ้าถิ่นจึงยกหม้อโดยอาการที่จะประทุษร้าย ได้เปิดประตูเข้าไปข้างในไม่พบพระเถระ คิดว่า ''พระเถระจักเข้าไปใต้ เตียง" จึงตรวจดูไม่พบพระเถระ แม้ในที่นั้นอีก เริ่มจะออกไป. พระเถระจึง กระแอมขึ้น ภิกษุเจ้าถิ่นนอกนี้ แลขึ้นไปข้างบนเห็นแล้ว ไม่อาจจะอดทนได้ จึงกล่าวอย่างนี้ว่า "ท่านผู้ทรงผ้าบังสุกุล ผู้มีอายุ การนั่งบนเตียงเดียวกันกับ ธิดาอำมาตย์ผู้อุปัฏฐาก สมควรแก่ท่าน ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยอานุภาพอย่างนี้ หรือ ท่านผู้เจริญ ขึ้นชื่อว่า บรรพชิตทั้งหลาย นั่งบนเตียงเดียวกันกับมาตุ คามไม่ได้ ก็เหตุนี้ท่านเห็นว่าไม่ดีหรือ" พระขีณาสพทั้งหลาย ย่อมรักการ เข้าไปติเตียนผู้อื่นอย่างนี้." บทว่า " เพราะสิ้นราคะ " ความว่า "เพราะความสิ้นไปแห่งราคะนั่น เอง ย่อมไม่เสพกามทั้งหลาย เพราะปราศจากราคะ อธิบายว่า "ห้ามแล้ว เสพด้วยการพิจารณาหามิได้." บทว่า " หากว่า ...ซึ่งภิกษุนั้น " ความว่า "คนเหล่าอื่นพึงถามอย่างนี้ กะภิกษุผู้จะสอบสวนนั้น ผู้รู้การละกิเลสของพระตถาคตเจ้าอย่างนี้ แล้ว นั่งบนธรรมาสน์ที่ตกแต่งแล้วท่ามกลางบริษัท ๔ แม้ในเวลายืนและนั่งเป็น ต้นนั้นๆ กล่าวสรรเสริญการละกิเลสของพระตถาคตเจ้าอย่างนี้ว่า "แม้ เพราะอย่างนี้ พระศาสดา ทรงเป็นผู้ปราศจากราคะ. โทสะ โมหะ คาย กิเลศ ละมลทินได้ ทรงบริสุทธิ์อย่างดี เหมือนพระจันทร์เพ็ญพ้นจากหมอก ฉะนั้น." บทว่า " อาการ " ได้แก่ "เหตุ." บทว่า " ไปตาม " ได้แก่ "รู้ตาม." บทว่า " หรือว่า อยู่ในสงฆ์ " ความว่า "บางคราวอยู่ท่ามกลางภิกษุ ที่กำหนดนับไม่ได้." บทว่า " หรือว่า ผู้เดียวเสด็จประทับอยู่ " ความว่า "ผู้เดียว ประทับ อยู่ในที่หลีกเร้น และในชัฏป่าปาริเลยยกะอย่างนี้ว่า "ภิกษุทั้งหลาย! เราปรารถนาเพื่อจะหลีกเร้นกึ่งเดือน (บ้าง) ๓ เดือน (บ้าง)." บทว่า " ผู้ไปดีแล้ว " ความว่า "ผู้ไปดีแล้ว คือเป็นผู้ปฏิบัติดี ได้แก่ เป็นผู้ที่ประกอบสมควรแก่เหตุ." ก็ภิกษุบางพวกแม้ เห็นปานนี้ก็มีอยู่." บทว่า " ไปไม่ดีแล้ว " ความว่า "ชื่อว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องเพราะเกี่ยว หนักมาก ละกรรมฐาน ภิกษุบางรูป แม้เห็นปานนี้ก็มีอยู่." บทว่า " ตามสอนคณะ " ความว่า ชื่อว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องเพราะเกี่ยว ข้องด้วยคณะเป็นผู้ยินดีในคณะ มากในคณะ บริหารคณะอยู่." ภิกษุบาง รูป แม้เห็นปานนี้ก็มีอยู่. ภิกษุเหล่านั้น เป็นปฏิปักษ์ต่อภิกษุพวกนั้น เป็นผู้ แล่นออก สลัดออกจากคณะ ไม่ประกอบอยู่ก็มี.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน