เล่มที่ 19

พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับที่พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 230


เนื้อหา

ข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้วอย่างนี้ :- " สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับที่พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกะ กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโกฏฐิกะ ออกจากที่เร้นในเวลาบ่ายแล้วเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่พัก แล้วก็ชื่น ชมกับท่านพระสารีบุตร เมื่อเสร็จถ้อยคำที่ทำให้เกิดความชื่นชม เป็นที่ตั้ง แห่งความระลึกนึกถึงกันแล้ว ก็นั่งลงในควรส่วนหนึ่ง." เมื่อท่านพระมหาโกฏฐิกะ นั่งลงในที่ควรส่วนหนึ่งแล้ว ก็ได้พูดกับท่านพระสารีบุตรอย่างนี้ว่า " ท่าน คำที่เขาเรียกกันว่า " คนมี ปัญญาชั่วๆ " (นั้น) ด้วยเหตุมีประมาณเท่าไรหนอท่าน เขาจึงเรียกว่า " คนมีปัญญาชั่ว " สา. " ที่เขาเรียกว่า คนมีปัญญาชั่ว (คนโง่) ก็เพราะเขาไม่รู้ชัดไม่ เข้าใจแจ่มแจ้งนั่นแหละคุณ ก็เขาไม่รู้ชัดอะไรเล่า ? เขาไม่รู้ชัดว่า " นี้ทุกข์ " " นี้เหตุให้เกิดทุกข์ขึ้น ". ไม่รู้ชัดว่า " นี้ความดับทุกข์ได้โดยไม่เหลือ ", ไม่รู้ชัดว่า " นี้ข้อปฏิบัติ ให้ถึงความดับทุกข์ได้โดยไม่เหลือ ", ที่เรียกว่า " คนโง่." ก็เพราะเขาไม่รู้ชัด ไม่เข้าใจ(อริยสัจ) นี่แหละคุณ " " ดีมาก ครับท่าน " ท่านพระมหาโกฏฐิกะ ชื่นชมอนุโมทนาภาษิต ของท่านพระสารีบุตร แล้วก็ถามปัญหากับท่านพระสารีบุตรให้ยิ่งขึ้น ไปว่า " ท่านครับ คำที่เขาว่า คนมีปัญญาๆ (นั้น) ด้วยเหตุมีประมาณเพียง ไรหนอท่าน เขาจึงเรียกว่า " คนมีปัญญา " สา. "คุณ ! ที่เขาเรียกว่า "คนมีปัญญา" ก็เพราะ "เขาเข้าใจชัดเข้าใจ แจ่มแจ้ง" นั่นแหละ. เข้าใจแจ่มแจ้งอะไรเล่า เข้าใจแจ่มแจ้งว่า "นี้ทุกข์", เข้าใจแจ่มแจ้งว่า "นี้เหตุให้ทุกข์เกิดขึ้น" เข้าใจแจ่มแจ้งว่า "นี้ความดับทุกข์ ได้โดยไม่เหลือ". ที่เรียกว่า "คนมีปัญญา" ก็เพราะเข้าใจชัด เข้าใจแจ่ม แจ้ง (อริยสัจ) นี่แหละคุณ" โก. "ท่านครับ ที่เขาเรียกว่า "วิญญาณๆ (ความรู้แจ้ง)"(นั้น), เขาเรียกว่า "วิญญาณ" ด้วยเหตุมีประมาณเพียงไรหนอ ท่าน ?" สา. "คุณ ! ที่เรียกว่า"วิญญาณ" ก็เพราะเป็นธรรมชาติที่ย่อมรู้ แจ่ม ย่อมรู้แจ้ง นั่นแหละ. รู้แจ้งอะไรเล่า ย่อมรู้แจ้งว่า "สุข" บ้าง ย่อมรู้ แจ้งว่า "ทุกข์" บ้าง, ย่อมรู้แจ้งว่า "ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุข*"บ้าง. ที่เรียกว่า "วิญญาณ" ก็เพราะเป็นธรรมชาติที่ ย่อมรู้แจ้ง ดังนี้แหละคุณ!" โก. "เอ๊ะ ท่านครับ ธรรมคือปัญญาความรู้ชัดและวิญญาณความรู้ แจ้งเหล่านี้ มันคละกัน หรือมันแยกกัน และก็ เราจะแยกแยะธรรมเหล่า นี้แล้วบัญญัติให้แตกต่างกันได้ไหม" สา. "คุณ ธรรมคือปัญญาความรู้ชัดและวิญญาณความรู้แจ้งเหล่านี้ มันคละกันแยกกันไม่ได้ และเราจะแยกแยะธรรมเหล่านี้แล้วบัญญัติให้แตก ต่างกันก็ไม่ได้ด้วย. คุณ เพราะอันใดเป็นความรู้ชัด. อันนั้นเป็นความรู้แจ้ง อันใดเป็นความรู้แจ้ง อันนั้นเป็นความรู้ชัด, ฉะนั้น ธรรมเหล่านี้จึงคละกัน แยกจากกันไม่ออก และเราจะแยกแยะแล้วบัญญัติให้แตกต่างกันก็ไม่ได้ด้วย" ๑. เคยเห็นมา วิญญาณ คือ จักขุวิญญาณ เป็นต้น, ในที่นี้รู้แจ้งเวทนา น่าคิด.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน