เล่มที่ 19
คำว่า " ก็แลเป็นการดีโข " คือ ก็เป็นความงามโข
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 215
เนื้อหา
คำว่า " ก็แลเป็นการดีโข " คือ ก็เป็นความงามโข. มีคำอธิบาย ว่า เป็นการนำเอาประโยชน์มาให้ เป็นการนำเอาความสุขมาให้. คำว่า " เหล่าพระอรหันต์เห็นปานนั้น." คือ พระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้ได้ความเชื่อถือ ว่า ผู้ที่เป็นพระอรหันต์ทั้งหลายในโลก ก็เพราะการบรรลุคุณพิเศษตามที่ เป็นจริงของเหล่าพระอรหันต์ ซึ่งเห็นได้ยากด้วยแสนโกฏิกัป แม้ไม่ใช่ น้อย มีร่างกายเป็นที่รื่นรมย์ซึ่งเกลื่อนกล่นด้วยรัศมีแห่งมหาปุริสลักษณะ สามสิบสองประการ ประดับด้วยแก้ว คือ อนุพยัญชนะแปดสิบอย่าง แวด ล้อมด้วยรัศมีวาหนึ่ง มีการเห็นที่ไม่เร่าร้อน มีเสียงแห่งธรรมที่ไพเราะ ยิ่ง เหมือนอย่างที่พระโคดมผู้เจริญนั้นท่านเป็น. คำว่า "ย่อมเป็นการ เห็น" คือ กระทำอัธยาศัยอย่างนี้ว่า การลืมตาที่มีประสาทหยาดเยิ้มขึ้นแล้ว ดูก็เป็นการดี (ยังประโยชน์ให้สำเร็จ) และถ้าเมื่อท่านกำลังแสดงธรรมด้วย เสียงดุจเสียงพรหมที่ประกอบพร้อมไปด้วยองค์แปด ได้ฟังแม้บทเดียว ก็จะเป็น การดีกว่า. คำว่า " เข้าไปเฝ้าถึงที่ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ " ได้แก่ เลิกกิจ ทุกอย่าง มีใจยินดีมาแล้ว. คำว่า " ได้กล่าวคำนี้ " ได้แก่ ก็การถามมีสอง อย่างคือ การถามแบบชาวบ้าน ๑ การถามแบบนักบวช ๑ ในการถามทั้ง สองอย่างนั้น การถามแบบชาวบ้าน มาแล้วโดยแบบนี้ว่า " พระคุณเจ้า อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล " การถามแบบนักบวชมาแล้วอย่างนี้ ว่า " ท่านผู้เจริญ เหล่านี้หรือหนอ เป็นอุปาทานขันธ์ ๕ " ส่วนพราหมณ์ และคฤหบดีเหล่านี้ เมื่อจะทูลถามแบบการถามของชาวบ้านที่เหมาะ แก่ตน จึงได้กล่าวคำเป็นต้นว่า " พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็น เหตุ อะไรเป็นปัจจัย? " กะพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแก้ปัญหาโดยย่อจริงๆ ก่อน แก่พวกเขาชนิดที่พวกเขายังไม่ สามารถกำหนดได้จึงตรัสคำเป็นต้นว่า " พราหมณ์เละคฤหบดีทั้งหลาย เพราะความประพฤติที่ไม่ถูกต้องและความประพฤติ ที่ไม่สมควรเป็น เหตุ " ถามว่า " ทำไมเล่า พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแก้อย่างที่คนพวกนั้นยัง ไม่ทันกำหนด " ตอบว่า " มีผู้กล่าวว่า เพราะคนเหล่านั้นถือตัวว่าเป็น บัณฑิต ย่อมตั้งตัวแม่บทแล้วกำหนดไว้แต่ต้นทีเดียวโดยประการใด เมื่อพระองค์ ทรงขยายความให้พิสดารโดยประการนั้น ก็พากันสำคัญเทศนาว่า ตื้นๆ จะพากันดูถูกว่า " แม้เมื่อพวกเราจะกล่าว ก็พึงกล่าวอย่างนี้เหมือน กัน " เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแก้ปัญหาอย่างย่อๆ ก่อนชนิด ที่พวกนั้นไม่สามารถจะกำหนดได้. ต่อจากนั้น เมื่อทรงถูกพวกที่ไม่อาจจะ กำหนดได้นั้นคะยั้นคะยอขอให้แสดงพิสดาร เมื่อทรงแสดงโดยพิสดารจึง ตรัสดำเป็นต้นว่า " ถ้าอย่างนั้นพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย " ในคำเหล่านั้น คำว่า " ถ้าอย่างนั้น " เป็นนิบาตลงในเหตุ หมายความ ว่า เพราะเหตุที่พวกท่านขอร้องเรา. คำว่า " สามอย่าง " คือ สามส่วน. คำว่า " ด้วยกาย " คือด้วยกายทวาร. คำว่า " ความประพฤติไม่ถูกต้องและ ความประพฤติไม่สมควร " คือความประพฤติไม่สมควรอันได้แก่ความประ- พฤติที่ไม่ถูกต้อง. และต่อไปนี้เป็นความหมายของบทในคำเหล่านี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน