เล่มที่ 19

ภิกษุทั้งหลาย ถึงบุคคลที่ครองผ้าสังฆาฏิอยู่ เราก็หากล่าวว่า ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 198


เนื้อหา

ภิกษุทั้งหลาย ถึงบุคคลที่ครองผ้าสังฆาฏิอยู่ เราก็หากล่าวว่า เป็นสมณะด้วยอาการสักว่า ครองผ้าสังฆาฏิไม่ ถึงบุคคลถือเพศเป็น ชีเปลือย ไม่นุ่งห่มผ้า เราก็หากล่าวว่าเป็นสมณะด้วยอาการที่ไม่มีผ้านุ่งห่ม ไม่ ถึงบุคคลถือการหมักหมมเหงื่อไคล ไม่อาบน้ำชำระกาย เราก็หากล่าวว่า เป็นสมณะด้วยอาการที่หมักหมมเหงื่อไคลไม่ ถึงบุคคลถือการลงอาบน้ำ(วัน ละสามครั้ง) เราก็หากล่าวว่าเป็นสมณะด้วยอาการที่ลงอาบน้ำไม่ ถึงบุคคลถือ การอยู่ใต้ต้นไม้เป็นนิตย์ เราก็หากล่าวว่าเป็นสมณะด้วยอาการที่อยู่ใต้ต้นไม้ ไม่ ถึงบุคคลถือการอยู่ในที่แจ้งเป็นนิตย์เราก็หากล่าวว่าเป็นสมณะด้วยอา การที่อยู่ ณ ที่แจ้งไม่ถึงบุคคลถือการอบกายด้วยหมายจะทรมานกิเลสเป็น นิตย์ เราก็หากล่าวว่าเป็นสมณะด้วยการที่อบกายไม่ ถึงบุคคลถือการ บริโภคอาหารมีการกำหนดเป็นครั้งคราว เราก็หากล่าวว่าเป็นสมณะด้วย อาการที่ยักย้ายผ่อนผันบริโภคอาหารเป็นครั้งเป็นคราวไม่ ถึงบุคคลที่ท่องบ่น จำมนต์ได้มาก เราก็หากล่าวว่าเป็นสมณะด้วยอาการที่ท่องบ่นจำมนต์ ไม่ ถึงบุคคลเกล้าผมเป็นเซิง เราก็หากล่าวว่าเป็นสมณะด้วยอาการเกล้าผม ไม่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าว่า บุคคลผู้ครองสังฆาฏิมีอภิชฌามาก ละอภิชฌา เสียได้ มีจิตพยาบาทอยู่ ละพยาบาทเสียได้ มีความโกรธอยู่ ละความโกรธ เสียได้ เป็นผู้มักถือโกรธ ละความถือโกรธเสียได้ เป็นผู้ลบหลู่อยู่ ละ ความลบหลู่เสียได้ เป็นผู้ถือเป็นคู่แข่งดีอยู่ ละความถือเป็นคู่แข่งดีเสีย ได้เป็นผู้มักริษยาอยู่ ละความริษยาเสียได้ เป็นตระหนี่อยู่ ละความตระหนี่ เสียได้ เป็นผู้มักโอ้อวดตัวอยู่ ละความโอ้อวดตัวเสียได้ เป็นผู้มีมายาอยู่ ละมายาเสียได้ เป็นผู้มีความปรารถนาชั่ว ละความปรารถนาชั่วเสียได้ และเป็นผู้มีความเห็นผิดอยู่ ละความเห็นผิดเสียได้ด้วยอาการที่ครองผ้า สังฆาฏิ ตั้งแต่แรกเกิดมาและจะพึงชักชวนให้ผู้นั้นครองผ้าสังฆาฏิเท่านั้น ด้วยคำชักชวนว่า มาเถิดท่านจงครองผ้าสังฆาฏิเถิด เมื่อท่านครองผ้าสังฆาฏิ อยู่ เครื่องเศร้าหมองทั้ง ๑๒ อย่าง มีอภิชฌามาก จักละอภิชฌาเสียได้ ด้วยอาการที่ครองผ้าสังฆาฏินั้นแล. เพราะเราเห็นบุคคลบางคนในโลก นี้ ถึงครองผ้าสังฆาฏิอยู่ ก็มีอภิชฌามาก มีความเห็นผิดฉะนั้น เมื่อครองผ้า สังฆาฏิ เราก็ไม่กล่าวว่าเป็นสมณะด้วยอาการที่ครองผ้าสังฆาฏิเลย ฯลฯ ถ้าว่าคนเปลือย ผู้เกล้าผม มีอภิชฌามาก ละอภิชฌาเสียได้แล้ว ผู้มีความ เห็นผิด ละความเห็นผิดเสียได้ ด้วยอาการที่เกล้าผม มิตร สหาย ญาติ สาโลหิตทั้งหลายก็จะพึงทำผู้นั้นให้เป็นคนเกล้าผม แต่แรกเกิดมา และจะพึง ชักชวนให้เกล้าผม ด้วยคำชักชวนว่า มาเถิด เจ้าเกล้าผมเสียเถิด เมื่อท่าน เกล้าผมอยู่ มีอภิชฌามาก จักละอภิชฌาได้ มีความเห็นผิด ละความเห็นผิด เสียได้ ด้วยอาการที่เกล้าผมนั้นแล. เพราะเราเห็นบุคคลบางคนในโลก นี้ ถึงเกล้าผมอยู่ ก็ยังมีอภิชฌามาก มีความเห็นผิดอยู่ฉะนั้น เราผู้ที่เกล้าผม เราก็ยังหาละมลทินได้ไม่ จึงไม่กล่าวว่าเป็นสมณะด้วยอาการที่เกล้าผม เลย.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน