เล่มที่ 19
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กิจของสมณะ อันสมณะพึงกระทำเหล่านี้ มี ๓ ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 181
เนื้อหา
บทว่า เย ธมฺมา สมณกรณา จ พฺราหฺมณกรณา จ ความว่า ธรรม เหล่าใด อันบุคคลสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว ย่อมทำให้เป็นสมณะ มีบาปอัน สงบ และให้เป็นพราหมณ์ มีบาปอันลอยแล้ว ดังนี้. ก็พระผู้มีพระภาค เจ้าตรัสธรรมอันสมณะควรทำไว้ในข้อว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กิจของสมณะ อันสมณะพึงกระทำเหล่านี้ มี ๓ อย่าง ๓ อย่างเป็นไฉน คือการสมา ทานอธิศีลสิกขา ๑. การสมาทานอธิจิตตสิกขา ๑ การสมาทานอธิปัญญา สิกขา ๑ ดังนี้. แม้ธรรมเหล่านั้น ก็ชื่อว่าเป็นธรรมกระทำให้เป็นสมณะ เหมือนกัน. แต่ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าให้เทศนาพิสดารแล้วด้วยอำนาจ แห่งหิริโอตตัปปะเป็นต้น. ในบทว่า เอวํ โน อยํ อมฺหากํ นี้บทว่า โน สักว่าเป็นนิบาต อธิบาย ว่า ธรรมนี้จักมีแก่พวกเรา ด้วยอาการอย่างนี้. แม้บททั้งสอง คือ มหปฺผลา และ มหานิสํสา ว่าโดยอรรถเป็นอย่างเดียวกัน. บทว่า อวญฺา ได้แก่ ไม่เป็นโมฆะ. บทว่า สผลา เนื้อความนี้ ก็มีอรรถแห่งอโมฆะนั่นแหละ. จริงอยู่ ผลแห่งความไม่เป็นหมันไม่มี ผลนั้น ชื่อว่า มีโทษ. บทว่า สอุทฺรยา แปลว่า มีกำไร คำนี้ เป็นไวพจน์กัน เพราะมีผล. บทว่า เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพํ แปลว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงศึกษาอย่าง นี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสรรเสริญธรรม มีหิริและโอตตัปปะเป็น ต้น ด้วยฐานะนี้มีประมาณเท่านี้ ด้วยประการฉะนี้. เพราะเหตุไร เพราะ เพื่อตัดทางแห่งคำพูด. จริงอยู่ ถ้าใครๆ บวชไม่นานเป็นภิกษุโง่พึงกล่าว อย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พวกเธอสมาทานธรรมมีหิริและ โอตตัปปะเป็นต้น แล้วประพฤติเถิดดังนี้ ก็อะไรหนอ เป็นอานิสงส์ใน การสมาทานธรรมเหล่านั้นประพฤติ เพื่อตัดทางแห่งคำ ของภิกษุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงสรรเสริญว่า ธรรมเหล่านี้ บุคคลสมาทานทำ ให้บริบูรณ์แล้ว ย่อมทำให้มีชื่อว่า สมณะผู้มีบาปสงบแล้ว ให้มีชื่อว่า พราหมณ์ผู้ลอยบาปแล้วทั้งให้เกิดลาภคือปัจจัยสี่ ย่อมยังความมีผล มากให้ถึงพร้อมแก่ผู้ให้ปัจจัย ย่อมกระทำการบรรพชาไม่ให้เป็นหมัน ให้มีผล ให้มีกำไร ที่เป็นอานิสงส์ดังนี้. พึงทราบเนื้อความโดยสังเขปใน ที่นี้เพียงนี้ แต่โดยพิสดาร พึงทราบการกล่าวสรรเสริญโดยนัยที่กล่าวไว้ ในสติปัฏฐาน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน