เล่มที่ 19

ในบทนั้น บทว่า สหธมฺมิกํ คือมีเหตุ มีผล

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 85


เนื้อหา

ในบทนั้น บทว่า สหธมฺมิกํ คือมีเหตุ มีผล. ชื่อว่า วชิรปาณี เพราะ อรรถว่ามีวชิระในฝ่ามือ บทว่า ยกฺโข ความว่า พึงทราบว่าผู้นั้นใช่ยักษ์เป็น ท้าวสักกเทวราช. บทว่า อาทิตฺตํ คือมีสีเหมือนไฟ. บทว่า สมฺปชฺชลิตํ คือลุก โพลงด้วยดี. บทว่า สํโชติภูตํ คือ สว่างทั่ว อธิบายว่า เป็นเปลวไฟอย่างเดียว กัน. บทว่า €ิโต โหติ ความว่า ยักษ์ยืนนิรมิตรูปน่าเกลียดเห็นปานนี้ คือ ศีรษะใหญ่ เขี้ยวเช่นกับหัวปลี ตาและจมูกเป็นต้นน่ากลัว. ถามว่า ก็เพราะเหตุอะไร ยักษ์นั้นจึงมา. ตอบว่า มาเพื่อให้นิครนถ์ตอบความ เห็น, อีกอย่างหนึ่ง ท้าวสักกะกับท้าวมหาพรหมเสด็จมาแล้ว เมื่อพระผู้มีพระ ภาคเจ้าถึงความขวนขวายน้อยในการแสดงธรรมอย่างนี้ว่า เราพึงแสดง ธรรมคนเหล่าอื่นก็พึงรู้ทั่วถึงธรรมของเราไม่ได้ ได้ทรงกระทำปฏิญญา ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าขอพระองค์จงทรงแสดงธรรมเถิด เมื่ออาณาจักร ไม่เป็นไปแด่พระองค์ เป็นไปแก่ข้าพระองค์พวกข้าพระองค์จักให้เป็น ไป ธรรมจักรจงเป็นของพระองค์ อาณาจักรเป็นของข้าพระองค์ดังนี้. เพราะฉะนั้นเสด็จมาแล้วด้วยทรงดำริว่า ในวันนี้เราจักให้สัจจกนิครนถ์สะดุ้ง กลัว แล้วให้ตอบปัญหาดังนี้. บทว่า พระผู้มีพระภาคเจ้ากับสัจจกนิคันถบุตร เท่านั้นเห็นอยู่ ความว่า ถ้าคนเหล่าอื่นพึงเห็นเหตุนั้น เหตุนั้นก็ไม่พึง หนัก. ชนทั้งหลายพึงพูดว่า พระสมณโคดมทรงรู้แล้ว ซึ่งสัจจกนิครนถ์ไม่ หยั่งลงในวาทะของตน ทรงใช้ยักษ์ให้นำมาแสดง แต่นั้น สัจจกนิครนถ์ กราบทูลแล้ว เพราะกลัวดังนี้. เพราะฉะนั้นพระผู้มี พระภาคเจ้ากับสัจจก- นิครนถ์เท่านั้นเห็นอยู่. เพราะเห็นยักษ์นั้นเหงื่อก็ไหลทั่วตัวของสัจจกนิครนถ์ นั้น ภายในท้องป่วนปั่นร้องดัง เขาคิดว่าคนเหล่าอื่นเห็นอยู่ เมื่อแลดูก็ไม่เห็น ใครแม้ขนชัน แต่นั้นความกลัวนี้เกิดแก่เราเท่านั้น จึงคิดว่า ถ้าเราจักกล่าว ว่า ยักษ์ พวกคนพึงพูดว่า มีตาของท่านนั้นหรือ ท่านเท่านั้นเห็นยักษ์ ท่านไม่ เห็นยักษ์ก่อนถูกพระสมณโคดมซัดไปในการสืบต่อแห่งวาทะ จึงเห็น ยักษ์ สำคัญอยู่ว่า คราวนี้ในที่นี้ เราไม่มีที่พึ่งอื่น นอกจากพระสมณโคดม ครั้งนั้นแล สัจจกนิคันถบุตร ฯ เปฯ จึงได้กราบทูลคำนั้น พระผู้มีพระภาค เจ้า. บทว่า ตาณํ คเวสี คือแสวงหาอยู่ว่าที่ต้านทาน. บทว่า เลณํ คเวสี คือ แสวงหาอยู่ว่าป้องกัน. บทว่า สรณํ คเวสี คือ แสวงหาอยู่ว่าที่พึ่ง. ก็ในบท นี้ ชื่อว่า ตาณา เพราะอรรถว่า ต้านทานคือรักษา.ชื่อว่า เลณะ เพราะอรรถ ว่า เป็นที่เร้นลับแห่งชน. ชื่อว่า สรณะ เพราะอรรถว่า ระลึกได้ อธิบาย ว่า ย่อมเบียดเบียน คือกำจัดความกลัว. บทว่า มนฺสิกริตฺวา ความว่า กระทำ ไว้ในใจ คือ พิจารณา ใคร่ครวญ. บทว่า เอวํ เม เวทนา โหตุ คือ ขอเวทนา จงเป็นกุศล เป็นสุข. บทว่า เอวํ เม สญฺ โหตุ คือ ขอสัญญาจงเป็น กุศล เป็นสุข คือ จงประกอบด้วยโสมนัส. แม้ในสังขารและวิญญาณก็มีนัยนี้ แล. ส่วนในบทว่า มา อโหสิ นี้ พึงทราบโดยกล่าวตรงกันข้าม. บทว่า กลฺลํ นุ แปลว่า สมควรหรือหนอ. บทว่า สมนุปสฺสิตุํ ความว่า พิจารณา เห็นด้วยตัณหามานะ ทิฏฐิ. อย่างนี้ว่า นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตต ภาพของเรา. บทว่า โน เหตํ โภ โคตม ได้แก่ ข้อนั้นไม่ควรแก่พระสมณ- โคดมผู้เจริญ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน