เล่มที่ 19
ถ้าว่าป่าเป็นที่ดอน น้ำไม่มี ร่มเงาโปร่งมีหนามรก ส่วนพระอริย...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 37
เนื้อหา
ถ้าว่าป่าเป็นที่ดอน น้ำไม่มี ร่มเงาโปร่งมีหนามรก ส่วนพระอริยะ มีพระพุทธ เจ้าเป็นต้นประทับอยู่ในป่านี้ ป่านี้ ชื่อว่า บุคคลน่ารื่นรมย์ ท่านกล่าวหมาย เอาว่า พระอรหันต์ทั้งหลายอยู่ ณ ที่ใด เป็นบ้านก็ตาม เป็นป่าก็ตาม ที่ลุ่มก็ ตาม ที่ดอนก็ตาม ที่นั้นเป็นภูมิสถานน่ารื่นรมย์ ดังนี้. ส่วนในที่นี้ได้ที่ทั้ง ๒ อย่างนั้น. ครั้งนั้น ป่าโคสิงคสาลวัน มีดอกบานสะพรั่ง กลิ่นดอกไม้หอม ฟุ้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลเลิศในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก ประทับอยู่ กับพวกภิกษุผู้มีชื่อเสียงประมาณสามหมื่นรูป.ท่านหมายเอาป่านนั้น จึงกล่าว ว่า ดูก่อนอานนท์ ผู้มีอายุ ป่าโคสิงคสาลวันเป็นสถานที่น่ารื่นรมย์ดังนี้. บทว่า โทสินา รตฺติ คือปราศจากโทษ มีอธิบายว่า เว้นจากความมืด มัว เหล่านี้คือ หมอก เมฆ ควัน ธุลี ราหู. บทว่า สพฺพผาลิผุลฺลา ความ ว่า สาละมีดอกบานในที่ทุกแห่งตั้งแต่โคนจนถึงยอด ชื่อว่าที่ยังไม่บานแล้ว ย่อมไม่มี. บทว่า ทิพฺพา มญฺเ คนฺธา สมฺปวนฺติ ความว่า กลิ่นหอมเป็น ของทิพย์ ย่อมฟุ้งตลบทั่วไปเหมือนกลิ่นหอมของดอกมณฑารพ ทอง กวาว แคฝอย และผงไม้จันทน์ มีอธิบายว่า ย่อมฟุ้งไป เหมือนสถานที่ชื่นชอบ ของท้าวสักกะ. สุยาม สันดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัดดี และท้าว มหาพรหม. บทว่า กถํ รูเปน อาวุโส อานนฺท ความว่า พระอานนทเถระเป็น สังฆนวกะแห่งพระเถระ ๕ รูปนั้น. ถามว่า เพราะเหตุไร พระเถระจึงถาม ข้อนั้นก่อน. ตอบว่า เพราะนับถือกัน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน