พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑
ไม่มีอะไรในภายในที่ชื่อว่า อัตตา คู้เข้ามาหรือเหยียดออกไปอยู...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 642
เนื้อหา
ไม่มีอะไรในภายในที่ชื่อว่า อัตตา คู้เข้ามาหรือเหยียดออกไปอยู่. แต่การคู้เข้าและเหยียดออก มีได้โดยการแผ่ขยายของ วาโยธาตุ ที่เกิดแต่ กิริยาจิต มีประการดังที่กล่าวมาแล้ว เหมือนการเคลื่อนไหวมือและเท้าของ หุ่นโดยการชักด้วยเชือก เพราะฉะนั้น ก็การกำหนดรู้ (ดังที่กล่าวมานี้) พึงทราบเถิดว่า ชื่อว่ามี อสัมโมหสัมปชัญญะ ใน อิริยาปถบรรพ นี้. การใช้ผ้าสังฆาฏิ และผ้าจีวร โดยการนุ่งการห่ม ๑ การใช้บาตร โดยการรักษาเป็นต้น ชื่อว่า ธารณะ ในคำว่า สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ นี้. การได้อามิสของภิกษุผู้นุ่งและห่มแล้ว เที่ยวไปบิณฑบาต และประ- ๑. ปาฐะว่า นิวาสนปารุปนวเสน น่าจะเป็นปารุปนวเสน ซึ่งแปลว่า ห่ม เพราะเป็นผ้าห่ม ไม่ใช้ผ้านุ่ง, (ผู้แปล). โยชน์มีประการดังที่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้นั่นแหละโดยนัยมีอาทิว่า สีตสฺส ปฏิฆาตาย (เพื่อบำบัดหนาว) ชื่อว่าประโยชน์ในการครอง ผ้าสังฆาฏิ และผ้าจีวรนั้น ผู้ศึกษาควรเข้าใจ สาตถกสัมปชัญญะ ด้วย สามารถแห่งประโยชน์นั้นก่อน. ส่วนจีวรเนื้อละเอียด เป็นสัปปายะของผู้มีปกติร้อน (ขี้ร้อน) และ ผู้มีกำลังน้อย (แต่) จีวรเนื้อหยาบหนา เป็นสัปปายะของผู้มีปกติหนาว มาก (ขี้หนาว) ผิดไปจากนี้ก็ไม่เป็นสัปปายะ. จีวรเก่าไม่เป็นสัปปายะ ของใคร ๆ เลย. เพราะมันทำความกังวลใจให้ท่านโดยให้ความข้องใจ เป็นต้น. ผ้าจีวรชนิดชิ้นเดียว (ไม่ได้ตัดให้เป็นขัณฑ์) และผ้าเปลือกไม้ เป็นต้นที่เป็นที่ตั้งแห่งความโลภก็อย่างนั้น เพราะผ้าเช่นนั้นทำอันตราย แก่การอยู่โดดเดี่ยวในป่า หรือทำอันตรายถึงแก่ชีวิตก็มี และโดยตรง แล้วผ้าจีวรผืนใดที่เกิดขึ้น (ได้มา) ด้วยอำนาจมิจฉาชีพ มีการทำนิมิต เป็นต้น และจีวรใดเมื่อท่านใช้อยู่ อกุศลธรรม เจริญขึ้น กุศลธรรม เสื่อมลง จีวรนั้น เป็น อสัปปายะ แต่จีวรที่ผิดแผกไปจากนี้ เป็น สัปปายะ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน