พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑

พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ได้เสวยแล...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 610


เนื้อหา

ก็เวทนาหมดทุกอย่างนี้ ควรพิจารณาให้เห็นว่าเป็นทุกข์. สมจริง ตามที่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ได้เสวยแล้ว เรา ตถาคตกล่าวสิ่งนั้นทั้งหมดว่า (รวมลงใน ) ทุกข์. อีกอย่างหนึ่ง สุขเวทนา ก็ควรพิจารณาให้เห็นโดยเป็นทุกข์. ดังที่ตรัสไว้ว่า เวทนานี้เป็นสุข ความสุขที่ดำรงอยู่ เป็นวิปริณามทุกข์ เพราะฉะนั้น ควรขยายให้พิสดารทุกข้อ. อีกอย่างหนึ่ง เวทนาก็ควรพิจารณาให้เห็น แม้โดย อนุปัสสนา ทั้ง ๗ มี อนิจจานุปัสสนา เป็นต้น. คำที่เหลือ จักมีปรากฏใน นิเทศวาร นั้นแหละ. แม้บรรดา จิต และ ธรรม จิต ก็ควรพิจารณาให้เห็น โดยการแยก ออกไปเป็นจิตมีราคะเป็นต้น ที่มาแล้ว ในนิเทศวารแห่ง อนิจจานุ- ปัสสนา เป็นต้น ที่จำแนกออกเป็นต่าง ๆ กัน มี อารมณ์ อธิบดี สห- ชาตธรรม ภูมิ กรรม วิบาก และ กิริยา เป็นต้น. (ธรรม) ก็ควร พิจารณาให้เห็นโดยลักษณะของตน และลักษณะที่เสมอกัน ของธรรม. โดย สุญญตธรรม, โดย อนุปัสสนา ทั้ง ๗ มี อนิจจานุปัสสนา เป็นต้น และโดยจำแนกออกเป็น สันตธรรม (ธรรมที่สงบ) และ อสันตธรรม (ธรรมที่ไม่สงบ) เป็นต้น ที่มาแล้วใน นิเทศวาร. คำที่เหลือ มีนัยดุจ ที่กล่าวมาแล้วนั่นแหละ. ก็ในการละ อภิชฌา และ โทมนัส เป็นต้นนี้ ผู้ใด ละ อภิชฌา และ โทมนัส ในโลก กล่าวคือกายได้แล้ว ผู้นั้น ก็ละ อภิชฌา และ โทมนัส แม้ในโลก คือเวทนาเป็นต้นได้อยู่นั่นเอง ก็จริง แต่ถึงกระนั้นพระองค์ ก็ได้ตรัสทุก ๆ นิเทศวาร โดยบุคคลแตกต่างกัน และโดย สติปัฏฐาน- ภาวนา ที่ปรากฏขึ้นในขณะจิตแตกต่างกัน. อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบว่า โดยเหตุที่อภิชฌาและโทมนัสที่ละได้ในวาระหนึ่งแล้ว ก็เป็นอันละได้ แม้ในวาระที่เหลือนั่นแหละ แม้เพื่อทรงแสดงการละอภิชฌาและโทมนัส ไว้ในวาระนั้น จึงได้ตรัสไว้อย่างนี้ ดังนี้แล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน