พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑

บทว่า อนิรากตซฺฌาโน ความว่า ผู้มีฌานอันอะไร ๆ นำออกไป ภายนอก...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 387


เนื้อหา

บทว่า อนิรากตซฺฌาโน ความว่า ผู้มีฌานอันอะไร ๆ นำออกไป ภายนอกไม่ได้ หรือมีฌานอันอะไร ๆ ทำให้เสื่อมมิได้แล้ว. ความจริง ชื่อว่า นิรากรณะนี้ ใช้ในความหมายว่า นำออกไป และทำให้พินาศ. ก็พึงเห็นการประกอบความของนิรากรณะนั้น ดังในประโยคเป็นต้นว่า ๑. ปาฐะ เป็น เอตํ แต่ฉบับพม่าเป็น เอกํ จึงแปลตามฉบับพม่า. บุคคลควรขจัดความกระด้างเสียแล้ว พึงเป็นผู้มีความประพฤติถ่อมตน ดังนี้. บทว่า วิปสฺสนาย สนนฺนาคโต ความว่า ผู้ประกอบด้วย อนุปัสสนา ๗ อย่าง. ธรรมดาอนุปัสสนา ๗ อย่าง คือ อนิจจานุปัสสนา ทุกขานุปัสสนา อนัตตานุปัสสนา นิพพิทานุปัสสนา วิราคานุปัสสนา นิโรธานุปัสสนา ปฏินิสสัคคานุปัสสนา. อนุปัสสนาเหล่านั้น ได้ให้พิสดาร แล้วในปกรณ์วิเศษชื่อ วิสุทธิมรรค. บทว่า พฺรูเหตา สุญฺาคารานํ ความว่า เป็นผู้ยังสุญญาคารให้เจริญ. ก็ในบทว่า พฺรูเหตา สุญฺาคารานํ นี้ ภิกษุเรียนเอากัมมัฏฐาน ด้วยอำนาจสมถะ และวิปัสสนา แล้วเข้าไปนั่งยังเรือนว่างตลอดวันและคืน พึงทราบว่า เป็นผู้เจริญสุญญาคาร ส่วนภิกษุแม้กระทำความเพียรใน ปราสาทชั้นเดียวเป็นต้น ไม่พึงเห็นว่าเป็นผู้เจริญสุญญาคารเลย. ก็ด้วยคำเพียงเท่านี้ เทศนานี้แม้ พระผู้มีพระภาคเจ้า จะทรงเริ่มด้วย สามารถการยกอธิศีลสิกขานั้นแสดงก่อนก็ตาม ก็พึงทราบว่าเป็นเทศนาที่ นับเนื่องในไตรสิกขาโดยลำดับ เพราะรวมสมถะและวิปัสสนาเข้าด้วยกัน เหตุที่สมถะและวิปัสสนามีศีลเป็นปทัฏฐาน เหมือนกับการเทศนาธรรม ที่เป็นข้าศึกของตัณหา แม้ พระผู้มีพระภาคเจ้า จะทรงเริ่มด้วยสามารถการ ยกตัณหาขึ้นแสดงก่อน ก็พึงทราบว่าเป็นเทศนาที่นับเข้าในหมวด ๓ แห่ง ธรรมเครื่องเนิ่นช้าโดยลำดับ เพราะรวมมานะและทิฏฐิเข้าด้วยกัน เหตุที่ มานะและทิฏฐิมีตัณหาเป็นปทัฏฐาน.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน