พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงสมมติเทศนา และ ปรมัตถเทศนานี้ พระโ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 337
เนื้อหา
และในการที่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงสมมติเทศนา และ ปรมัตถเทศนานี้ พระโบราณาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า:- พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าผู้สอนทั้งหลาย ได้ตรัสสัจจะไว้ ๒ อย่าง คือ สมมติสัจจะ ๑ ปรมัตถสัจจะ ๑ ไม่มีสัจจะอย่างที่ ๓ พระ พุทธดำรัสเกี่ยวกับสมมติ (สังเกต) ชื่อว่า เป็น สัจจะ เพราะเหตุที่เป็นสมมติของโลก ส่วนพระ พุทธดำรัสเกี่ยวกับปรมัตถ์ ชื่อว่า เป็นสัจจะ เพราะ เหตุที่เป็นความจริงของธรรมทั้งหลาย เพราะฉะนั้น สำหรับพระโลกนาถศาสดา ผู้ทรงฉลาดในโวหาร เทศนา ตรัสถึงสมมติ มุสาวาทจึงไม่เกิดขึ้น (ไม่ เป็นการกล่าวเท็จ) ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสบุคคลกถา (ถ้อยคำ ระบุบุคคล ) ด้วยเหตุ ๘ ประการ คือ ๑. เพื่อทรงแสดงถึงหิริและโอตตัปปะ ๒. เพื่อทรงแสดงถึงความที่สัตว์มีกรรมเป็นของ ๆ ตน ๓. เพื่อทรงแสดงถึงการกระทำของคนโดยเฉพาะตัว ๔. เพื่อทรงแสดงถึงอันนตริยกรรม ๕. เพื่อทรงแสดงถึงพรหมวิหารธรรม ๖. เพื่อทรงแสดงถึงบุพเพนิวาสานุสสติญาณ ๗. เพื่อทรงแสดงถึงทักขิณาวิสุทธิ ๘. เพื่อไม่ทรงละทิ้งสมมติของโลก. เมื่อพระองค์ตรัสว่า ขันธ์ธาตุอายตนะทั้งหลาย ละอายแก่ใจอยู่ เกรงกลัวบาปอยู่ มหาชนจะไม่เข้าใจ พากันพิศวงงงวย โต้แย้งว่า นี้อะไรกัน ขันธ์ธาตุอายตนะทั้งหลาย ละอายแก่ใจ เกรงกลัวต่อบาป ด้วยหรือ ? ดังนี้ แต่เมื่อพระองค์ตรัสว่า บุรุษ กษัตริย์ พราหมณ์ เทพ มาร (ละอายแก่ใจ เกรงกลัวต่อบาป ) ดังนี้. มหาชนจะเข้าใจ ไม่ พิศวงงงวย ไม่โต้แย้ง เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัส บุคคลกถา เพื่อทรงแสดงถึงหิริและโอตตัปปะ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน