พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทำให้บังเกิดแล้วที่ควงโพธิ์ พฤกษ์ จตุตถฌา...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 290
เนื้อหา
ส่วนฌานลาภีบุคคลเหล่าใดทำสมาบัติ ๘ ให้บังเกิดได้แล้วคิดว่า เราจักเป็นผู้มีฌานไม่เสื่อมเกิดในพรหมโลก ดังนี้ ทำสมาบัติให้บังเกิด (อย่างนี้) ฌานของบุคคลเหล่านั้นย่อมมีการก้าวลงสู่ภพเป็นผล. ก็จตุตถฌานนี้ที่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทำให้บังเกิดแล้วที่ควงโพธิ์ พฤกษ์ จตุตถฌานนั้นของ พระผู้มีพระภาคเจ้า นั้น ได้เป็นบาทแห่งการ เจริญวิปัสสนา เป็นบาทแห่งการได้อภิญญาและให้สำเร็จกิจทุกอย่าง จึง พึงทราบว่า อำนวยคุณที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระให้ได้ทุกอย่าง. และ จตุตถฌานนั้นได้อำนวยคุณเหล่าใดให้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะแสดง เพียงบางส่วน (เอกเทศ ) แห่งคุณเหล่านั้น จึงตรัสคำว่า โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ดังนี้เป็นต้น. วิชชา ๒ ในพระสูตรนั้น (คือปุพเพนิวาสานุสสติญาณและจุตูปปาต- ญาณ) มีการพรรณนาไปตามลำดับบทและวิธีเจริญได้กล่าวไว้แล้วอย่าง พิสดารในคัมภีร์วิสุทธิมรรค. แท้จริงในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกับในที่นี้มี ความแปลกกันแห่งเดียวเท่านั้นดังนี้ คือในวิสุทธิมรรคนั้นท่านกล่าวบท กิริยาไว้ว่า โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ฯ เป ฯ อภินินฺนาเมติ (แต่) ในที่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสบทกิริยาไว้ว่า อภินินฺนาเมสึ . และวาระ ว่าด้วยอัปปนาอย่างนี้ว่า อยํ โข เม พฺราหฺมณ ก้มิได้มาในคัมภีร์ วิสุทธิมรรคนั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน