เล่มที่ 16
พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า ติวิเธน รูปสงฺคโห นี้ต่อไป
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 192
เนื้อหา
พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า ติวิเธน รูปสงฺคโห นี้ต่อไป. คำว่า ติวิเธน แปลว่า ๓ ส่วน. คำว่า สงฺคโห หมายเอาสังคหะ ๔ อย่างคือ ชาติสังคหะ สัญชาติสังคหะ กิริยสังคหะ และคณนสังคหะ. บรรดาสังคหะ ๔ อย่างนั้น การรวบรวมเป็นต้นว่า " กษัตริย์ทั้งปวงจงมา " ดังนี้ ชื่อว่า ชาติสังคหะ (รวบรวมตามชาติกำเนิด ). การรวบรวมเป็นต้นว่า " ชาวโกศล ทั้งหมด จงมา" ดังนี้ ชื่อว่า สัญชาติสังคหะ ( รวบรวมตามสัญชาติ ). การรวบรวม เป็นต้นว่า " ควาญช้างทั้งหมด จงมา" ดังนี้ ชื่อว่า กิริยสังคหะ ( รวบรวม ตาม อาการที่ทำ ). การรวบรวมนี้ว่า " ถามว่า อายตนะ คือ จักษุ นับเข้าในขันธ์ไหน ตอบว่า อายตนะ คือ จักษุ นับเข้าในรูปขันธ์ พระสกวาทีกล่าวว่า ถ้าอายตนะ คือ จักษุนับเข้าในรูปขันธ์ ด้วยเหตุนั้น ก็ควรจะกล่าวว่า อายตนะคือ จักษุ สงเคราะห์เข้าด้วยรูปขันธ์" ดังนี้ ชื่อว่า คณนสังคหะ (รวบรวมตามการนับเข้าได้ ). คณนสังคหะนั้น มุ่งหมายเอาในที่นี้ . เพราะฉะนั้น คำว่า ติวิเธน รูปสงฺคโห จึงมีความหมาย ว่า การนับรูปเป็น ๓ ส่วน. พึงทราบวินิจฉัยในสนิทัสสนะ เป็นต้น. รูป พร้อมทั้งนิทัสสนะ กล่าวคือจักษุวิญญาณที่เป็นไปปรารภตน ชื่อว่า สนิทัสสนะ รูปพร้อมทั้งปฏิฆะ เพราะสามารถที่จะกระทบจักษุ ชื่อว่า สัปปฏิฆะ. สัปปฏิฆะนั้น โดยความหมาย ก็คือรูปายตนะนั่นเอง. นิทัสสนะ กล่าวคือ จักษุวิญญาณของรูปนั้นไม่มี ดังนั้น จึงชื่อว่า อนิทัสสนะ. รูป พร้อมทั้งปฏิฆะ เพราะสามารถที่จะกระทบโสต ชื่อว่า สัปปฏิฆะ. สัปปฏิฆะ นั้น โดยความหมาย ก็คือ อายตนะ ๙ มีอายตนะคือจักษุเป็นต้น. นิทัสสนะมีประการดังกล่าวมาแล้ว ของรูปนั้นไม่มี ดังนั้น จึงชื่อว่า อนิทัสสนะ. ปฏิฆะของรู้นั้นไม่มี ดังนั้น จึงชื่อว่า อัปปฏิฆะ. อัปปฏิฆะนั้น โดยความหมาย ก็คือ สุขุมรูปที่เหลือ ยกเว้นอายตนะ ๑๐.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน