เล่มที่ 15
บทว่า หาฝั่งมิได้ คือ ไม่มีฝั่ง ไม่มีกำหนด ใหญ่ บทว่า พระสมณ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 261
เนื้อหา
บทว่า หาฝั่งมิได้ คือ ไม่มีฝั่ง ไม่มีกำหนด ใหญ่ บทว่า พระสมณโคดมหาได้ปรารภกาลนานที่เป็นอนาคตไม่ อธิบายว่า ก็พระ สมณโคดมหาได้ทรงบัญญัติอย่างนี้เพราะปรารภกาลนานอันเป็นอนาคตไม่ พระสมณโคดมเห็นจะทรงทราบอดีตเท่านั้น ไม่ทรงทราบอนาคต เป็นจริง อย่างนั้นการระลึกถึงกำเนิดห้าร้อยห้าสิบชาติ ในอดีตย่อมปรากฏแก่พระ- สมณโคดมนั้น การระลึกถึงมากอย่างนี้ย่อมไม่ปรากฏในอนาคต พวก ปริพาชกอัญญเดียรถีย์เห็นจะสำคัญความนี้ดังนี้พึงกล่าวอย่างนั้น. บทว่า ตยิทํ กึสุ คือไม่รู้อนาคตเป็นอย่างไร บทว่า กถํสุ คือด้วยเหตุไรหนอ. อธิบายว่า พระสมณโคดมไม่ทรงรู้ทีเดียวหรือหนอ จึงไม่ทรงระลึกถึง อนาคต คือว่า เพราะทรงใคร่จะไม่ระลึกถึง จึงไม่ระลึกถึง. บทว่า อญฺาวิหิตเกน าณเทสฺสเนน ความว่าพวกปริพาชกอัญญเดียรดีย์ย่อม สำคัญสิ่งที่พึงถือเอา สิ่งที่พึงบัญญัติ อันเป็นญาณทัสสนะซึ่งเป็นไปเพราะปรา รภญาณทัสสนะอื่นซึ่งเป็นอย่างอื่น ด้วยญาณอันเป็นทัสสนะเพราะความเป็น ผู้สามารถเห็นเหมือนทำให้ประจักษ์ ซึงเป็นโดยประการอื่น คือ ปรารภ- ญาณทัสสนะอื่นเป็นไป จริงอยู่พวกปริพาชกอัญญเดียรถีย์เหล่านั้น ย่อมสำคัญ ญาณทัสสนะอันสงบตั้งขึ้นแล้วเฉพาะหน้าเนือง ๆ แก่ผู้เดินไป ยืนอยู่หลับ และตื่น. ก็ชื่อว่าญาณเช่นนั้นย่อมไม่มี เพราะฉะนั้น พึงทราบปริพาชก อัญญเดียรถีย์ว่า พวกเขาย่อมสำคัญเหมือนอย่างคนโง่ไม่ฉลาด ฉะนั้น. บทว่า สตานุสารี ได้แก่ญาณอันสัมปยุตด้วยปุพเพนิวาสานุสสติ บทว่า ยาวตกํ อากงฺขติ ความว่า พระตถาคตย่อมส่งพระญาณว่า เราจักรู้เท่า ที่ปรารถนาจะรู้ ญาณของพระตถาคตนั้นไม่ถูกปิด ไม่ถูกกั้น ย่อมไปเหมือน ลูกศรที่เขายิงไปในพวงใบไม้ผุฉะนั้น เพราะฉะนั้นพระตถาคตย่อมทรง ระลึกได้เท่าที่ทรงหวัง บทว่าโพธิชํ แปลว่า เกิดที่ โคนโพธิ์ บทว่า ญาณํ อุปฺปชฺชติ ได้แก่ จตุมรรคญาณย่อมเกิด. บทว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย อธิ- บายว่าชาตินี้มีในที่สุด เพราะละเหตุที่จะทำให้มีชาติได้ด้วยญาณนั้น. บท ว่า บัดนี้ภพใหม่ย่อมไม่มี อธิบายว่า แม้ญาณอื่นอีกก็ย่อมเกิดขึ้น. บทว่า ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ความว่า ไม่อาศัยประโยชน์ในโลกนี้หรือ ประโยชน์ในโลกหน้า. บทว่า พระตถาคตย่อมได้ทรงพยากรณ์สิ่งนั้น อธิบายว่า พระตถาคตย่อมไม่ทรงกล่าวถึงกถาอันไม่นำผู้ปฏิบัติให้ออกจาก ทุกข์ได้เช่นภารตยุทธ และการลักพาสีดา. บทว่า สิ่งเป็นของจริงเป็น ของแท้แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ หมายถึงติรัจฉานกถามี ราชกถา เป็นต้น. บทว่า พระตถาคตทรงเป็นผู้รู้จักกาล อธิบายว่าพระตถาคต ย่อมทรงรู้กาล คือทำให้มีเหตุการณ์แล้วจึงทรงกล่าวในกาลอันถึงความ สมควร เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ตถาคต. อธิบายว่า กระทำ ท อักษร ให้เป็น ต อักษร เพราะตรัสโดยประการที่ควรตรัส ท่านจึงกล่าวว่าตถาคต.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน