เล่มที่ 15
บทว่า ปรปุคฺคลวิมุตฺติาเณ คือ ในญาณเครื่องหลุดพ้นจาก กิเลสด...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระธรรมเทศนา ลำดับที่: 211
เนื้อหา
บทว่า ปรปุคฺคลวิมุตฺติาเณ คือ ในญาณเครื่องหลุดพ้นจาก กิเลสด้วยมรรคนั้น ๆ ของบุคคลอื่นมีพระโสดาบันเป็นต้น. คำที่เหลือในที่ นี้ พึงประกอบเข้าโดยนัยก่อนนั้นแล. บทว่า อมุตฺราสึ เอวํนาโม ความว่า บุคคลหนึ่งเมื่อระลึกบุพเพ นิวาส ย่อมกำหนดชื่อและโคตรไปได้. บุคคลหนึ่งระลึกได้แต่ขันธ์ล้วนๆเท่า นั้น. คนหนึ่งสามารถระลึกได้คนหนึ่งไม่สามารถ. ในที่นั้น มิได้ถือเอาด้วย อำนาจแห่งผู้สามารถ.ได้ถือเอาด้วยอำนาจแห่งผู้ไม่สามารถก็ผู้ไม่สามารถ จะทำอะไรได้. บุคคลนั้นระลึกเฉพาะแต่ขันธ์ล้วน ๆไป ดำรงอยู่ในที่สุด หลายแสนชาติ หยั่งญาณลงกำหนดนามและโคตร. พระสารีบุตรเถระเมื่อ จะแสดงนามและโคตรนั้นจึงกล่าวคำเป็นต้นว่า เอวํนาโม ดังนี้. บทว่า โส เอวมาห คือ บุคคลผู้ถือทิฏฐินั้นได้กล่าวอย่างนี้. ในบาลีประเทศนั้น เมื่อบุคคลนั้นกล่าวว่าเที่ยง แล้วกล่าวว่าสัตว์เหล่านั้นย่อมท่องเที่ยวไป ดังนี้ คำพูดย่อมมีเบื้องต้นและเบื้องปลายขัดแย้งกันก็จริง. แต่บุคคลนั้นกำหนดคำ นั้นไม่ได้เพราะเป็นผู้ยึดถือทิฏฐิ. ความจริงฐานะหรือการกำหนดของผู้ยึด ถือทิฏฐิย่อมไม่มี. คำนั้นทานให้พิสดารแล้วในพรหมชาลสูตรว่า บุคคลนั้น ถือเอาสิ่งนี้แล้วก็ปล่อยสิ่งนี้ ครั้นปล่อยสิ่งนี้แล้วก็ยึดถือเอาสิ่งนี้ ดังนี้. ด้วย คำว่า อยํ ตติโย สสฺสตวาโท นี้ พระเถระกล่าวบุคคลผู้เป็นสัสสตวาทะ ไว้ ๓ ประเภทด้วยอำนาจแห่งฌาณลาภีบุคคลเท่านั้น. แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสบุคคล ๔ ประเภทไว้ในพรหมชาลสูตร เพราะรวมเอาแม้บุคคลที่เป็น ตักกีวาทะเข้าไว้ด้วย. ก็คำกล่าวพิสดารของบุคคลผู้มีวาทะ ๓ ประเภทนั้น พึงทราบโดยนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในพรหมชาลสูตร คำที่เหลือแม้ในที่นี้ พึงให้พิสดารโดยนัยที่กล่าวแล้วในก่อน บทว่า คณนาย วา คือ ด้วยการนับเป็นหมวด. บทว่า สงฺขาเนน คือ ด้วยการนับด้วยใจโดยไม่ให้ขาดสายโดยสองวิธีนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงเฉพาะการนับเป็นหมวด มีคำอธิบายที่พระสารีบุตรกล่าวไว้ ว่า ใครไม่สามารถที่จะทำเป็นหมวดด้วยอำนาจ ร้อย พัน แสน โกฏิแห่งปีทั้งหลาย แล้วนับว่า ร้อยปีเท่านั้น ดังนี้ หรือว่าฯลฯ โกฏิปีเท่านี้ . พระเถระย่อมแสดงว่า เพราะพระองค์ทรงบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ เพราะพระองค์ทรงบรรลุสัพพัญญุตญาณ เพราะพระอนาวรญาณของพระ องค์ดำเนินไปแก่กล้า พระองค์จึงทรงมีความฉลาดในเทศนาญาณเป็นเบื้อง หน้า ทำให้มีที่สุดด้วยการนับปี แม้ด้วยการนับกัปก็กำหนดแสดงว่ามี ประมาณเท่านี้ได้. เนื้อความในบาลี มีนัยกล่าวแล้วในบาลีนี้. คำที่เหลือ แม้ในที่นี้ก็พึงประกอบเข้าโดยนัยก่อนนั้นแล. ด้วยหลายบทว่า เอตทานุตฺ- ตริยํ ภนฺเต สตฺตานํ จุตูปปาตญาเณ พระเถรย่อมแสดงว่า ข้าแต่พระ- องค์ผู้เจริญญาณเทสนา ด้วยอำนาจจุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลายนี้ใด มีอยู่ ญาณเทสนานั้นจัดเป็นยอดเยี่ยมของพระองค์ แม้พระพุทธเจ้าในอดีต ทั้งหลายก็ทรงแสดงอย่างนี้เหมือนกัน. แม้พระพุทธเจ้าในอนาคต ก็จักทรง แสดงอย่างนี้เหมือนกัน. พระองค์ทรงเทียบเคียงด้วยพระญาณของพระ- พุทธเจ้าทั้งในอดีตและในอนาคตเหล่านั้นแล้วทรงแสดง ข้าแต่พระองค์ผู้ เจริญ ด้วยเหตุแม้นี้ ข้าพระองค์มีความเสื่อมใสพระมีพระภาคเจ้าอย่างนี้. ก็เนื้อความของพระบาลีในที่นี้ ท่านก็ให้พิสดารแล้วเหมือนกัน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน