เล่มที่ 13

อานนท์ ครั้งนั้นแล พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้เสด็จสวรรคต แล้ว ต่อ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 463


เนื้อหา

อานนท์ ครั้งนั้นแล พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้เสด็จสวรรคต แล้ว ต่อกาลไม่นาน อานนท์ คฤหบดี หรือ บุตรคฤหบดี บริโภคโภชนะที่ ชอบใจ ย่อมเมาในอาหารฉันใด อานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้เสวยเวทนา ที่มีการสวรรคตเป็นที่สุด ฉันนั้นนั่นแล. อานนท์ ก็แลพระเจ้ามหาสุทัสสนะ สวรรคตแล้ว ทรงเข้าถึงสุคติพรหมโลก. อานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรง เล่น อย่างพระกุมารอยู่ ๘๔,๐๐๐ ปี ทรงดำรงตำแหน่งอุปราชอยู่ ๘๔,๐๐๐ ปี ทรงครองราชสมบัติอยู่ ๘๔,๐๐๐ ปี ทรงดำรงเพศคฤหัสถ์ประพฤติพรหม จรรย์ในธรรมประสาท ๘๔,๐๐๐ ปี. พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงเจริญพรหม วิหารธรรมสี่ หลังจากสวรรคตเพราะพระกายแตก ได้เสด็จเข้าถึงพรหมโลก แล้ว. อานนท์ เธอคงจะคิดอย่างนี้ว่า สมัยนั้น พระเจ้ามหา สุทัสสนะได้เป็นคนอื่น อานนท์ ข้อนั้นเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น สมัยนั้น เรา ได้เป็นพระเจ้ามหาสุทัสสนะ พระนคร ๘๔,๐๐๐ ของเรานั้น มีกรุงกุสาวดี ราชธานีเป็นประมุข ปราสาท ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น ของเรามีธรรมปราสาทเป็น ประมุข เรือนยอด ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น ของเรามีเรือนยอดหลังใหญ่เป็นประมุข บัลลังก์ ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้นของเรา ทำด้วยทอง เงิน งา บุษราคัม บุลาด ด้วยขนเจียม ลาดด้วยสักหลาด ลาดด้วยผ้าอย่างดี ปักเป็นลวดลาย บุลาด ด้วยหนังกวางอย่างดี มีพนักสูงอย่างดี มีนวมแดงสองข้าง ช้าง ๘๔,๐๐๐ เชือกเหล่านั้นของเรา มีเครื่องแต่งทำด้วยทอง ปักธงทอง คลุมด้วยตาข่าย ทอง มีพระยาช้างตระกูลอุโบสถเป็นประมุข ม้า ๘๔,๐๐๐ ตัวของเราเหล่านั้น มีเครื่องแต่งเป็นทอง ปักธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีพระยาม้าวลาหกเป็น ประมุข รถ ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้นของเรา หุ้มด้วยหนังราชสีห์ เสือโคร่ง เสือ เหลือง และผ้าขนสัตว์สีเหลือง มีเครื่องแต่งทำด้วยทอง มีธงทอง คลุมด้วย ตาข่ายทอง มีรถไพชยันต์เป็นประมุข แก้ว ๘๔,๐๐๐ ดวงเหล่านั้นของเรา มี แก้วมณีเป็นประมุข หญิง ๘๔,๐๐๐ คนเหล่านั้นของเรา มีพระนางสุภัททาเทวี เป็นประมุข คฤหบดี ๘๔,๐๐๐ คนเหล่านั้นของเรา มีคฤหบดีแก้วเป็นประมุข กษัตริย์ ๘๔,๐๐๐ พระองค์เหล่านั้นของเรา ผู้จงรักภักดีมีปริณายกแก้วเป็น ประมุข แม่โคนม ๘๔,๐๐๐ ตัวเหล่านั้นของเรา กำลังกำดัดหลั่งน้ำมัน กำลัง เอาภาชนะสำริดรองรับ ผ้าเปลือกไม้อย่างเนื้อดี ผ้าฝ้ายอย่างเนื้อดี ผ้าไหมอย่าง เนื้อดี ผ้าขนสัตว์อย่างเนื้อดีของเรา มี ๘๔,๐๐๐ โกฏิพับ ถาดพระกระยาหาร ๘๔,๐๐๐ สำรับเหล่านั้นของเรา มีคนใส่อาหารนำมาถวายทั้งเวลาเช้าและ เย็น อานนท์ ก็แล บรรดาพระนคร ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น พระนครที่เราอยู่ครอบ ครอง สมัยนั้น คือกุสาวดีราชธานี พระนครเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาประสาท ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น ปราสาทที่เราอยู่ครอบครอง สมัยนั้น คือ ธรรมปราสาท หลังเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาเรือนยอด ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น เรือนยอดที่เราอยู่ครอบครอง สมัยนั้น คือเรือนยอดหลังใหญ่หลัง เดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาบัลลังก์ ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น บัลลังก์ที่เรา ใช้เสวยสมัยนั้น จะเป็นบัลลังก์ทอง เงิน งา หรือบุษราคัมนั้นก็ตาม บัลลังก์ เดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาช้าง ๘๔,๐๐๐ เชือกเหล่านั้น ช้างที่เราขี่ สมัยนั้น คือพระยาช้างตระกูลอุโบสถ เชือกเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดา ม้า ๘๔,๐๐๐ ตัวเหล่านั้น ม้าที่เราขี่คือ พระยาม้าวลาหกตัวเดียวเท่านั้นอานนท์ ก็แล บรรดารถ ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น รถคันที่เราขี่สมัยนั้น คือรถไพชยันต์ คันเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาหญิง ๘๔,๐๐๐ เหล่านั้น หญิงที่บำรุง เราสมัยนั้น จะเป็นนางกษัตริย์หรือว่าเป็นหญิงแพศย์ หญิงคนเดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาผ้า ๘๔,๐๐๐ โกฏิพับเหล่านั้น ผ้าที่เรานุ่งห่มสมัยนั้น จะ เป็นผ้าเปลือกไม้อย่างดี ผ้าฝ้ายอย่างดี ผ้าไหมอย่างดี หรือเป็นผ้าขนสัตว์อย่างดี ก็ตาม ผ้าคู่เดียวเท่านั้น อานนท์ ก็แล บรรดาถาดพระกระยาหาร ๘๔,๐๐๐ สำรับ เหล่านั้น ถาดพระกระยาหารที่เราบริโภคคำข้าวสุกทนา หนึ่งเป็นอย่างยิ่ง และ กับพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้น ถาดพระกระยาหารเดียวเท่านั้น อานนท์ เธอจงดูซิ สังขารเหล่านั้นล่วงไป ดับไป แปรไปหมดแล้ว อานนท์ สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยง อย่างนี้ อานนท์ สังขารทั้งหลายไม่ยั่งยืนอย่างนี้แล อานนท์ สังขาร ทั้งหลายไม่น่ายินดีอย่างนี้แล อานนท์ ข้อนี้ควรจะเบื่อ หน่ายในสังขารทั้งปวง เทียว ควรจะคลายกำหนัด ควรละหลุดพ้น อานนท์ ก็แล เราย่อมรู้ที่ทอด ทิ้งร่างกาย เราทิ้งร่างกายในประเทศนี้ การที่เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรง ความเป็นธรรมราชา เป็นใหญ่ในแผ่นดินมีสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต เป็นผู้ พิชิตมีชนบทมั่นคง สมบูรณ์ด้วยรัตนะเจ็ดประการ ทิ้งร่างกายนี้เป็นที่เจ็ด อานนท์ ก็แล เราไม่เล็งเห็นประเทศนั้นในโลกทั้งเทวโลก มารโลก พรหม โลก ในหมู่สัตว์ทั้งสมณะพราหมณ์พร้อมทั้งเทวดา และมนุษย์ที่พระตถาคต จะทอดทิ้งร่างกายเป็นครั้งที่แปด ดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน