เล่มที่ 13
บทว่า ยสสํวตฺตนิกํ ได้แก่ เป็นไปเพื่อบริวาร
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 389
เนื้อหา
บทว่า ยสสํวตฺตนิกํ ได้แก่ เป็นไปเพื่อบริวาร. บทว่า อธิป- เตยฺยสํวตฺตนิกํ ได้แก่ เป็นไปเพื่อความเป็นใหญ่. บทว่า สญฺมโต ได้แก่ ผู้มีความสำรวมด้วยความสำรวมในศีล. อธิบายว่า ตั้งอยู่ในสังวร. บทว่า เวรํ น จียติ ได้แก่ ไม่ก่อเวรห้า. บทว่า กุสโล จ ชหาติ ปารปกํ ความว่า ก็บุคคลผู้ฉลาดผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาย่อม ละบาปอกุศลอันลามก โดยไม่เหลือด้วยอริยมรรค. บทว่า ราคโทสโมหกฺ- ขยา นิพฺพุโต ความว่า ผู้ฉลาดนั้นละอกุศลอันลามกนี้แล้วนิพพานด้วย กิเลสนิพพาน เพราะสิ้นกิเลสมีราคะเป็นต้น. ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อ ทรงพิจารณาเห็นทักษิณาของนายจุนทะและทักขิไณยสมบัติของพระองค์จึงทรง เปล่งพระอุทาน ด้วยประการดังนี้. จบกถาพรรณนาจตุตถภาณวาร ในคำว่า มหตา ภิกฺขุสํเฆน สทฺธึ นี้ จำนวนของภิกษุทั้งหลาย กำหนดแน่ไม่ได้. พอได้ทราบว่า จำเดิมแต่พระองค์ทรงข่มเวทนาที่เวฬุวคาม ไม่นานนัก พระผู้มีพระภาคเจ้าก็จักปรินิพพาน บรรดาภิกษุที่มาแต่ที่นั้นๆไม่มี แม้แต่ภิกษุรูปเดียวที่ชื่อว่าหลีกไป เพราะฉะนั้น พระสงฆ์จึงมีจำนวนนับไม่ได้. บทว่า อุปวตฺตนํ มลฺลานํ สาลวนํ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จจากฝั่งข้างโน้นแห่งแม่น้ำหิรัญวดีสู่สาลวโนทยาน เหมือนออกจากฝั่งแม่น้ำ กลัมพนที ไปยังถูปารามไปทางประตูวัดของพระราชมารดา. สาลวันนั้นอยู่ที่ กรุงกุสินารา เหมือนถูปารามของกรุงอนุราธปุระ. ทางเข้าพระนครโดยทาง ประตูทักษิณแต่ถูปาราม บ่ายหน้าไปทางทิศตะวันออก แล้วเลี้ยวไปทางทิศอุดร ฉันใด สาลวันจากพระราชอุทยานบ่ายหนาไปทางทิศตะวันออกแล้วเลี้ยวไปทาง ทิศอุดร ฉันนั้น เพราะฉะนั้น สาลวันนั้น ท่านจึงเรียกว่า อุปวัตตนะทางโค้ง.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน