เล่มที่ 13
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสอภิภายตนะแม้เหล่านี้ แล้วจึงตรัส...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 376
เนื้อหา
อภิภายตนะ ๘ เหล่านี้ ท่านนำมาก็เพื่อแสดงความเป็นผู้ไม่กลัว. ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสอภิภายตนะแม้เหล่านี้ แล้วจึงตรัสอย่าง นี้ว่า อานนท์ ความกลัว หรือความกล้าไม่มีแก่ตถาคตผู้กำลังเข้าสมาบัติแม้ เหล่านี้ และกำลังออก ใครเล่าควรจะเกิดความเข้าใจอย่างนี้ว่า ตถาคตเห็น มารผู้เดียวพึงกลัว อานนท์ ตถาคตไม่กลัว ไม่ขลาด มีสติสัมปชัญญะปลงอายุ สังขาร. กถาว่าด้วยเรื่องวิโมกข์ มีความง่ายทั้งนั้น. วิโมกข์ ๘ เหล่านี้ ท่าน นำมา เพื่อความเป็นผู้ไม่กลัวเหมือนกัน. ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้น ตรัสวิโมกข์แม้เหล่านี้แล้ว จึงตรัสอย่างนี้ว่า ดูก่อนอานนท์ ความกลัวหรือ ความกล้าไม่มีแก่ตถาคตผู้กำลังเข้าสมาบัติแม้เหล่านี้ และกำลังออก ฯลฯ ปลง อายุสังขาร. แม้บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ไม่ประทานโอกาสแก่พระอานนทเถระ เลย ทรงเริ่มเทศนาแม้อย่างอื่นอีก โดยนัยมีว่า เอกมิทาหํ เป็นต้น. บรรดาบท เหล่านั้น บทว่า ปมาภิสมฺพุทฺโธ ได้แก่เป็นผู้ตรัสรู้ครั้งแรกทีเดียว คือใน สัปดาห์ที่ ๘. บทว่า โอสฺสฏฺโ แปลว่า ปล่อยสละ. ได้ยินว่า ครั้นกล่าว อย่างนี้ จึงกล่าวว่า เพราะเหตุนั้น หมื่นโลกธาตุจึงไหว. คำว่า อลํ นี้ เป็นคำปฏิเสธ. บทว่า โพธึ ได้แก่แทงตลอดด้วย มรรคญาณ ๔. ด้วยบทว่า สทฺทหสิ ตฺวํ ท่านกล่าวว่า เธอเชื่อว่าตถาคต กล่าวอย่างนี้ไหม. ด้วยบทว่า ตสฺมาติหานนฺท พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ว่า เพราะเหตุที่เธอเชื่อคำนี้ ฉะนั้นข้อนี้จึงเป็นการทำไม่ดีของเธอเอง พระผู้มี พระภาคเจ้าเริ่มคำว่า เอกมิทาหํ เป็นต้น เพื่อจะยกโทษของพระเถระแต่ผู้ เดียวโดยประการต่าง ๆ เพื่อจะบรรเทาความโศกอย่างนี้ว่า เรามิได้เรียกเธอ มาในที่นี้อย่างเดียวเท่านั้นดอก. แม้ในเวลาอื่น ๆ เราก็เรียกมาทำนิมิตอย่าง หยาบ เธอก็มิได้ล่วงรู้นิมิตแม้นั้น อันนี้ก็เป็นความผิดพลาดของเธอผู้เดียว. บทว่า ปิเยหิ มนาเปหิ ความเป็นต่าง ๆ โดยชาติ ความละเว้นเพราะมรณะ ความเป็นอย่างอื่นเพราะภพ (พลัดพราก) จากมารดา บิดา พี่ชาย พี่หญิง เป็นต้น. คำว่า ตํ ในคำว่า ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา แปลว่า เพราะฉะนั้น. อธิบายว่า เพราะจะต้องพลัดพรากจากสัตว์และสังขารอันเป็นที่รักที่พอใจทั้ง สิ้นแล ฉะนั้น ตถาคตบำเพ็ญบารมี ๑๐ ก็ดี บรรลุสัมโพธิญาณก็ดี ประกาศ ธรรมจักรก็ดี แสดงยมกปาฏิหาริย์ก็ดี ลงจากเทวโลกก็ดี สรีระนั้นใดที่เกิดแล้ว เป็นแล้ว ถูกปรุงแต่งแล้วมีความสลายไปเป็นธรรมดาขอสรีระแม้แห่งพระ ตถาคตนั้นอย่าสลายไปเลยหนอ. นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ทั้งผู้ร้องไห้ทั้งผู้ คร่ำครวญก็สามารถจะได้ฐานะอันนั้น. บทว่า ปุน ปจฺจาคมิสฺสติ ความว่า สิ่งที่ตถาคตสละแล้ว ตายแล้ว สิ่งนั้นก็จักกลับปรากฏอีกไม่ได้ดอก.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน