เล่มที่ 13
วินิจฉัยมี ๔ อย่างคือ ญาณ ตัณหา ทิฐิและวิตก
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 192
เนื้อหา
วินิจฉัยมี ๔ อย่างคือ ญาณ ตัณหา ทิฐิและวิตก. ในวินิจฉัยเหล่านั้น พึงรู้วินิจฉัย อันเป็นความสุข ครั้นรู้วินิจฉัย อันเป็นสุขแล้วพึงเพียรหาความสุข ในภายใน นี้คือญาณวินิจฉัย. ความวิปริตแห่งตัณหา ๑๐๘ มาแล้วอย่างนี้ว่า บทว่าวินิจฉัย ได้แก่วินิจฉัย ๒ อย่างคือตัณหาวินิจฉัยและทิฐิวินิจฉัย ชื่อว่า ตัณหาวินิจฉัย. ทิฐิ ๖๒ ชื่อว่าทิฏฐิวินิจฉัย. วิตกที่ท่านกล่าวว่าวินิจฉัย ในที่นี้มา แล้วในสักกปัญหสูตรนี้ว่า ดูก่อนท่านผู้เป็นใหญ่กว่าทวยเทพ ฉันทะ คือความ พอใจแล มีวิตกเป็นเหตุดังนี้ ก็คนทั้งหลายได้ลาภแล้วย่อมตัดสินว่า น่าพอใจ และไม่น่าพอใจ ดีและไม่ดีด้วยวิตกอย่างเดียว บุคคลดำริว่า เราจักมีลาภเท่านี้ เพื่อต้องการรูปารมณ์ เราจักมีลาภเท่านี้เพื่ออารมณ์มีสัททารมณ์เป็นต้น จักมี แก่เราเท่านี้ จักมีแก่ผู้อื่นเท่านี้ เราจักใช้สอยเท่านี้ เราจักเก็บเท่านี้ดังนี้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสวา อาศัยลาภ จึงตัดสิน. บทว่า ฉนฺทราโค ความว่า ราคะอย่างอ่อนและราคะอย่างแรง ย่อม เกิดขึ้นในวัตถุที่ตรึกแล้ว ด้วยอกุศลวิตกก็บทนี้เป็นตัณหาในที่นี้. บทว่า ฉนฺโท เป็นชื่อของราคะอย่างอ่อน. บทว่า อชฺโฌสานํ คือการลงความ เห็นอย่างแรงว่า เราของเราดังนี้. บทว่า ปริคฺคโห คือทำการยึดถือด้วยสามารถ ตัณหาและทิฐิ. บทว่า มจฺฉริยํ ความว่า เพราะทนไม่ได้ต่อความเป็นของ ทั่วไปด้วยคนอื่น ด้วยเหตุนั้นนั่นเอง ท่านโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวอรรถ แห่งคำของบทนั้นอย่างนี้ว่า ท่านกล่าวว่า มจฺฉริยํ เพราะความที่ตั้งใจว่าสิ่ง อัศจรรย์นี้จงเป็นของเราผู้เดียว จงอย่าเป็นของผู้อื่นเลยดังนี้. บทว่า อารกฺโข คือ การป้องกัน อย่างดีด้วยสามารถการปิดประตูและใส่ไว้ในหีบเป็นต้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน